Story
Jefferies ชี้ Tokenization พ้นช่วงทดลอง ก้าวสู่ระยะเริ่มต้นใช้งานในตลาดการเงิน

Summary
Jefferies ระบุว่าเทคโนโลยีการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน (Tokenization) ในโครงสร้างพื้นฐานตลาดการเงินยุโรปกำลังเปลี่ยนผ่านจากขั้นทดลองไปสู่การเริ่มนำมาใช้เชิงกลยุทธ์ โดยโจทย์สำคัญได้เปลี่ยนจาก "จะเกิดขึ้นหรือไม่" ไปเป็น "จะแก้ปัญหาอะไรและจัดสรรผลประโยชน์ใหม่ได้อย่างไร"
บริษัทหลักทรัพย์ Jefferies เปิดเผยบทวิเคราะห์ล่าสุดว่า เทคโนโลยีการแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน (Tokenization) กำลังเคลื่อนตัวจากช่วงทดลองเข้าสู่ระยะเริ่มต้นของการนำมาปรับใช้ในเชิงกลยุทธ์สำหรับโครงสร้างพื้นฐานของตลาดการเงินในยุโรป โดยชี้ว่าคำถามสำคัญสำหรับนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไม่ใช่เรื่องที่ว่า Tokenization จะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่เป็นเรื่องที่ว่าเทคโนโลยีนี้จะเข้ามาแก้ปัญหาใด และจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในการจัดสรรผลประโยชน์ตลอดทั้งห่วงโซ่มูลค่าอย่างไร
จากแนวคิดสู่การออกแบบโครงสร้างตลาดใหม่
Jefferies ตั้งข้อสังเกตว่าการถกเถียงในอุตสาหกรรมที่ผ่านมามักมุ่งเน้นไปที่ด้านเทคโนโลยีเป็นหลัก แต่ประเด็นที่สำคัญกว่าคือการตัดสินใจว่าจะใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อ "แทนที่, ทำซ้ำ หรือออกแบบใหม่" โครงสร้างของตลาดที่เป็นอยู่เดิม
การเพียงแค่นำระบบปัจจุบันไปวางบนเทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์ (Distributed Ledger Technology: DLT) มีความเสี่ยงที่จะคงไว้ซึ่งความไร้ประสิทธิภาพเดิมๆ ที่มีอยู่แล้ว ดังนั้น การมองไปข้างหน้าจึงควรมุ่งเน้นไปที่การออกแบบโครงสร้างตลาดใหม่ทั้งหมด
กรณีศึกษาที่น่าสนใจและอุปสรรคสำคัญ
กรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สุดในตลาดค้าส่ง (Wholesale) คือ การเคลื่อนย้ายหลักประกันระหว่างวัน (Intraday collateral mobility) ซึ่ง Jefferies ประเมินว่าอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุนได้ประมาณ 3% ถึง 5% สำหรับธุรกรรมขนาดใหญ่ ตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้วคือระบบของ Deutsche Börse ที่ใช้ HQLAX เชื่อมต่อกับ Eurex และ Clearstream เพื่อเคลื่อนย้ายหลักประกันโดยไม่ต้องย้ายสินทรัพย์อ้างอิงจริงๆ
อย่างไรก็ตาม Jefferies ชี้ว่า "Cash Leg" หรือส่วนของการชำระเงินยังคงเป็นข้อจำกัดที่สำคัญที่สุด เนื่องจาก
Ad- สกุลเงินเฟียต (Fiat currency) มีรอบการชำระราคาที่ T+1 หรือช้ากว่านั้น
- สเตเบิลคอยน์ (Stablecoins) ถือเป็นเงินของภาคเอกชนและยังมีประเด็นด้านการบันทึกบัญชีที่ยังไม่คลี่คลายสำหรับธนาคารที่มีความสำคัญเชิงระบบ (G-SIBs)
- สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDC) ยังมีขอบเขตการใช้งานที่จำกัด
สำหรับ Tokenization ของหุ้นนั้น Jefferies มองว่าเป็นเรื่องของการจัดจำหน่ายสำหรับลูกค้ารายย่อยเป็นหลัก โดยแพลตฟอร์มอย่าง Robinhood ได้ออกโทเคนในลักษณะ "Wrapper" ที่อ้างอิงกับหุ้น เพื่อให้ผู้ใช้งานที่คุ้นเคยกับคริปโทฯ สามารถเข้าถึงหุ้นได้ แต่โทเคนดังกล่าวออกโดยแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ผู้ออกหุ้นโดยตรง จึงมีลักษณะใกล้เคียงกับตราสารอนุพันธ์มากกว่า
ผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานตลาดการเงิน
Jefferies มองว่า Tokenization เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายสำหรับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานของตลาดการเงิน (Financial Market Infrastructures) กลุ่มธุรกิจที่มีการบูรณาการในแนวดิ่ง ซึ่งครอบคลุมทั้งสภาพคล่อง การเชื่อมต่อ การจัดการหลักประกัน และบริการด้านสินทรัพย์ภายใต้องค์กรเดียว จะอยู่ในสถานะที่ดีที่สุดในการคว้าส่วนแบ่งตลาด
อย่างไรก็ดี Jefferies คาดการณ์ว่าจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อส่วนแบ่งการตลาดของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (CSD) หรือตลาดหลักทรัพย์ในระยะสั้น (3-5 ปี) เนื่องจากกระบวนการปรับใช้ กฎระเบียบ และการประสานงานในระบบนิเวศทางการเงินนั้นต้องใช้เวลาและดำเนินไปอย่างช้าๆ
Read next
More on หุ้น
BCA Research เตือนว่า การเติบโตของ AI กำลังเผชิญกับอุปสรรคด้านรายได้ถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์
รายงานจาก BCA Research เตือนว่า อุตสาหกรรม AI ทั่วโลกอาจต้องสร้างรายได้ต่อปีถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้การลงทุนมหาศาลครั้งนี้มีความคุ้มค่า โดยเตือนว่าอัตรากำไรของบริษัทในปัจจุบันนั้นสูงเกินจริง

ดัชนี MOEX Russia ปิดทรงตัว เนื่องจากจำนวนหุ้นที่ลดลงมีมากกว่าหุ้นที่ปรับตัวขึ้น
ดัชนีหุ้นหลักของรัสเซียปิดตลาดวันเสาร์โดยไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอของตลาดที่แท้จริง เนื่องจากหุ้นกลุ่มพลังงานและวัสดุขนาดใหญ่ปรับตัวลดลง แต่ได้รับการชดเชยด้วยหุ้นกลุ่มโทรคมนาคมและสาธารณูปโภคที่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย

ผู้นำในอุตสาหกรรมกล่าวว่า ความพยายามด้านความปลอดภัยของ AI จะผลักดันให้ความต้องการการประมวลผลเพิ่มสูงขึ้น
นักพัฒนา AI ชั้นนำรายงานว่า การเพิ่มความปลอดภัยและความสอดคล้องของโมเดลเป็นกระบวนการที่ต้องใช้พลังประมวลผลสูง ซึ่งบ่งชี้ว่าความต้องการฮาร์ดแวร์และโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้น ไม่ได้ลดลง

ไนกี้เผชิญ 'ปัจจัยลบ' หลังยูบีเอสปรับลดเป้าหมายราคาหุ้น เนื่องจากความต้องการลดลง
UBS ได้ปรับลดเป้าหมายราคาหุ้น Nike ในระยะเวลา 12 เดือนลง โดยเตือนว่าบริษัทมีแนวโน้มที่จะประกาศปรับลดกำไรอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความต้องการที่ลดลงในตลาดสำคัญทั่วโลก