Story
หุ้น BYD: มูลค่าสวนทางราคา Citi ชี้ปัจจัยพื้นฐานเริ่มดีขึ้น แต่ผลประกอบการยังกดดัน

Summary
นักวิเคราะห์จาก Citi ชี้ว่าแม้ปัจจัยพื้นฐานบางอย่างของ BYD จะปรับตัวดีขึ้น แต่ราคาหุ้นยังคงตกต่ำต่อเนื่อง สะท้อนแรงกดดันจากผลประกอบการที่อ่อนแอและสงครามราคาในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีน
หุ้น BYD Co Ltd (1211) กำลังเผชิญสถานการณ์ที่น่าจับตา เมื่อบทวิเคราะห์จาก Citi ชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งระหว่างปัจจัยพื้นฐานบางอย่างที่เริ่มดีขึ้น กับราคาหุ้นที่ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันอย่างหนักด้านผลประกอบการ
ราคาหุ้นร่วงหนักและผลประกอบการที่อ่อนแอ
ราคาหุ้น BYD ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลงอย่างชัดเจน โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 15 กันยายน 2026 ราคาปิดอยู่ที่ HK$79.05 ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในหลายช่วงเวลา
- ลดลง 5.72% ในรอบหนึ่งสัปดาห์
- ลดลง 10.42% ในรอบหนึ่งเดือน
- ลดลง 26.87% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
แรงกดดันนี้สอดคล้องกับข้อมูลทางการเงินที่อ่อนแอลง โดย Investing.com รายงานว่า กำไรสุทธิในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ลดลง 20.5% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่รายได้ลดลง 7.1% นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ยังลดลงจาก 19.1% ในปี 2024 มาอยู่ที่ 17.5% ในปี 2025 ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากสงครามราคาในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของจีน
มุมมอง Citi: ความขัดแย้งระหว่างมูลค่าและราคา
นักวิเคราะห์จาก Citi ตั้งข้อสังเกตว่า ดัชนีปัจจัยพื้นฐานแบบถ่วงน้ำหนัก (weighted-fundamental index) ของพวกเขาสำหรับ BYD ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ซึ่งบ่งชี้ว่าปัจจัยพื้นฐานบางอย่างที่คัดเลือกมานั้นปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม Citi ย้ำว่านี่ไม่ได้หมายความว่าโมเมนตัมของกำไรกำลังเร่งตัวขึ้น
AdCiti มองว่าราคาหุ้นอาจมีการปรับตัวต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานที่เริ่มดีขึ้น ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้เกิดการดีดตัวกลับในระยะสั้น (mean reversion) แต่ความท้าทายที่แท้จริงยังคงอยู่ โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในจีน และความจำเป็นที่ BYD ต้องพิสูจน์ว่าการขยายธุรกิจในต่างประเทศจะสามารถสร้างการเติบโตที่ทำกำไรได้จริง ไม่ใช่แค่การเพิ่มปริมาณการขาย
สัญญาณทางเทคนิคยังคงเป็นลบ
ในภาพรวมทางเทคนิค สัญญาณยังคงอ่อนแออย่างรุนแรง โดยเครื่องมือชี้วัดส่วนใหญ่ให้สถานะเป็น "Strong Sell" ทั้งในกรอบเวลารายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน แม้ว่าดัชนี RSI รายวันจะอยู่ที่ 29.5 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะขายมากเกินไป (oversold) และอาจทำให้เกิดการดีดตัวทางเทคนิคได้ แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันการกลับตัวของแนวโน้มได้
- แนวรับสำคัญ: อยู่ที่บริเวณ HK$78.85 และ HK$77.50
- แนวต้านแรก: อยู่ที่บริเวณ HK$81.30–HK$82.40
โดยสรุป บทวิเคราะห์ของ Citi เป็นเพียงการชี้ให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องกันของราคาในระยะสั้น ไม่ได้เป็นการยืนยันว่าวัฏจักรของผลประกอบการได้กลับตัวเป็นขาขึ้นแล้ว การฟื้นตัวที่ยั่งยืนของหุ้น BYD จำเป็นต้องได้รับการยืนยันจากการที่ราคาสามารถยืนเหนือแนวต้านได้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการฟื้นตัวของอัตรากำไรและกระแสเงินสดของบริษัท
Read next
More on หุ้น
หุ้น Xenon ดิ่งหนัก 25% หลังพบปัญหาความปลอดภัยในการทดลองยารักษาโรคซึมเศร้า
ราคาหุ้น Xenon Pharmaceuticals ร่วงลงอย่างรุนแรงกว่า 25% แม้จะยื่นขออนุมัติยาโรคลมชักตัวใหม่ต่อ FDA แต่กลับต้องระงับการรับผู้ป่วยใหม่ในการทดลองยาดังกล่าวสำหรับโรคทางจิตเวชจากความกังวลด้านความปลอดภัย

หุ้น Steel Dynamics ร่วงนอกเวลาทำการ หลังคาดการณ์กำไรไตรมาส 3 ต่ำกว่าเป้า
หุ้น Steel Dynamics (STLD) ปรับตัวลงกว่า 3% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังบริษัทเปิดเผยคาดการณ์กำไรไตรมาส 3 ที่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ แม้จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับปีก่อน

หุ้น Ultragenyx พุ่งกว่า 10% หลัง FDA สหรัฐฯ ไฟเขียวยีนบำบัดตัวแรกสำหรับโรคหายากในเด็ก
องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ได้อนุมัติยีนบำบัด 'Fayuvi' ของบริษัท Ultragenyx Pharmaceutical ซึ่งนับเป็นยาตัวแรกสำหรับรักษาโรคแซนฟิลิปโปชนิดเอ (Sanfilippo syndrome Type A) ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

หุ้น Xenon Pharma ร่วง 16% หลังประกาศระงับการทดลองยารักษาโรคทางจิตเวช
ราคาหุ้น Xenon Pharmaceuticals ดิ่งลงอย่างหนักในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังบริษัทประกาศระงับการรับผู้ป่วยใหม่ในการทดลองยา azetukalner สำหรับรักษาโรคซึมเศร้า เนื่องจากพบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์