Story
Goldman Sachs ชี้การสลับกลุ่มลงทุนในตลาดเกิดจาก 'การปรับพอร์ต' ไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐาน

Summary
Goldman Sachs ระบุว่าการเทขายหุ้นโมเมนตัมเมื่อเร็วๆ นี้เป็นผลมาจากการปรับสถานะการลงทุนและการขายทำกำไร มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงปัจจัยพื้นฐานของตลาด โดยฤดูผลประกอบการไตรมาส 2 จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญ
Goldman Sachs ระบุว่าการหมุนเวียนกลุ่มลงทุนในตลาดที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ดูเหมือนจะขับเคลื่อนโดยการปรับสถานะการลงทุนมากกว่าการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐาน หลังจากที่หุ้นโมเมนตัม (Momentum) เผชิญกับการกลับตัวที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ล่าสุด
การกลับทิศทางของหุ้น Momentum
ตามรายงานของ Goldman Sachs หุ้นกลุ่มโมเมนตัมปรับตัวลดลงประมาณ 8% นับตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนได้ย้ายเงินออกจากหุ้นที่เคยเป็นผู้นำตลาดไปสู่หุ้นที่ปรับตัวขึ้นช้ากว่า (laggards) ธนาคารชี้ว่าตลาดมีความเปราะบางต่อการขายทำกำไรหลังจากที่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีแรก ประกอบกับสภาพคล่องที่ลดลงในช่วงฤดูร้อน
การเทขายกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นหลัก โดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในยุโรปลดลง 12% จากจุดสูงสุดในเดือนมิถุนายน แต่ยังคงให้ผลตอบแทนประมาณ 110% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ในขณะที่หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ฟื้นตัวขึ้นประมาณ 5% ในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ก็ยังคงติดลบ 23% ตั้งแต่ต้นปี
มุมมองของ Goldman และปัจจัยขับเคลื่อนในยุโรป
ในยุโรป กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับหุ้นโมเมนตัมมากที่สุดในปีนี้ ได้แก่ ฮาร์ดแวร์, ทรัพยากรพื้นฐาน, โทรคมนาคม, สาธารณูปโภค และอุตสาหการ ขณะที่กลุ่มซอฟต์แวร์, สินค้าอุปโภคบริโภค และการดูแลสุขภาพมีความสัมพันธ์เชิงลบมากที่สุด
Adสถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับกรอบการวิเคราะห์ "Capital Intensity" ของ Goldman (หรือที่เรียกว่า HALO: Heavy Assets, Low Obsolescence) ซึ่งบริษัทที่ใช้สินทรัพย์หนัก (asset-heavy) จะได้รับประโยชน์จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งซึ่งเชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของรายจ่ายฝ่ายทุน (Capital Expenditure) โดยกลยุทธ์ซื้อบริษัทที่ใช้เงินทุนสูงเทียบกับการขายบริษัทที่ใช้เงินทุนต่ำให้ผลตอบแทนประมาณ 20% ตั้งแต่ต้นปี ทั้งนี้ Goldman มองว่าการปรับฐานล่าสุดเป็นเพียง "การปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์" (tactical reset) ไม่ใช่การสิ้นสุดของแนวโน้มนี้
ฤดูผลประกอบการไตรมาส 2 คือบทพิสูจน์สำคัญ
Goldman กล่าวว่าฤดูการรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 จะเป็นบททดสอบที่สำคัญที่สุด นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำไรต่อหุ้น (EPS) ในยุโรปจะเติบโต 11% เมื่อเทียบเป็นรายปี แต่หากไม่รวมผู้ผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ การเติบโตของกำไรต่อหุ้นจะอยู่ที่เพียง 6%
ผลประกอบการที่แข็งแกร่งจะช่วยสนับสนุนมุมมองที่ว่าการเทขายที่เกิดขึ้นล่าสุดเป็นเพียงการปรับสถานะการลงทุนเป็นหลัก ในขณะเดียวกัน กลุ่มอุตสาหกรรมบางกลุ่มยังคงมีความแข็งแกร่ง เช่น กลุ่มการบินและอวกาศและการป้องกันประเทศ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มผลประกอบการที่ดี และกลุ่มการดูแลสุขภาพที่ได้เปรียบจากมูลค่าที่น่าสนใจและคุณสมบัติที่เป็นหุ้นเชิงรับ (defensive)
Read next
More on ผลประกอบการ
JPMorgan จัดให้ Anglo American อยู่ในกลุ่มจับตาปัจจัยลบก่อนรายงานผลผลิต Q2
JPMorgan จัดให้หุ้น Anglo American อยู่ในกลุ่ม 'Negative Catalyst Watch' และคงคำแนะนำ 'Underweight' เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านต้นทุนที่สูงขึ้นก่อนการรายงานผลผลิตไตรมาส 2 ในวันที่ 23 กรกฎาคม

MoffettNathanson ชี้ GTA Online 2.0 เป็นหัวใจสำคัญต่อมุมมองเชิงบวกของหุ้น Take-Two
บริษัทวิเคราะห์ MoffettNathanson ระบุว่า GTA Online 2.0 เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดสำหรับแนวโน้มเชิงบวกของหุ้น Take-Two Interactive แม้จะยังมีข้อมูลอย่างเป็นทางการน้อยมากก็ตาม