Story
Citi ชี้ 3 บทเรียนจากประวัติศาสตร์ ตลาดหุ้นมักฟื้นตัวใน 1 ปีหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย

Summary
บทวิเคราะห์จาก Citi ระบุว่าข้อมูลในอดีตชี้ให้เห็นว่า แม้ตลาดหุ้นทั่วโลกจะผันผวนในช่วงแรกที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ก็มักจะฟื้นตัวและให้ผลตอบแทนเป็นบวกได้ภายใน 12 เดือน
Citi เปิดเผยบทวิเคราะห์ล่าสุดถึงนักลงทุน โดยชี้ให้เห็น 3 บทเรียนสำคัญจากข้อมูลในอดีต ในขณะที่ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้ โดยระบุว่าการขึ้นดอกเบี้ยไม่จำเป็นต้องเป็นจุดสิ้นสุดของตลาดกระทิงเสมอไป
นักเศรษฐศาสตร์ของ Citi คาดการณ์ว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินในระดับโลก ซึ่งปัจจุบันจำนวนธนาคารกลางที่ใช้นโยบายคุมเข้มมีมากกว่าฝั่งที่ผ่อนคลายแล้วเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารแห่งประเทศอังกฤษ (BoE)
สัญญาณจากอดีต: ตลาดผันผวนระยะสั้น แต่ฟื้นตัวในระยะยาว
จากการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังไปถึงช่วงทศวรรษ 1970 Citi พบว่าตลาดหุ้นทั่วโลกมักจะมีความผันผวนในช่วงที่เฟดเริ่มวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ย แต่หลังจากนั้น 6-12 เดือน ตลาดก็ยังสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้
- สถิติ 3 เดือนแรก: หลังการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรก หุ้นปรับตัวขึ้นเพียง 1 ใน 3 ของกรณีศึกษาทั้งหมด
- สถิติ 12 เดือน: แต่เมื่อมองในกรอบเวลา 12 เดือน ตลาดหุ้นกลับปรับตัวขึ้นในกรณีส่วนใหญ่ โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 7%
Citi สรุปว่า "การขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟดไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ตลาดกระทิงสิ้นสุดลง" และความผันผวนที่เกิดขึ้นในช่วงแรกมักเป็นโอกาสในการเข้าซื้อสำหรับมุมมองการลงทุนระยะเวลา 1 ปี
Adการสับเปลี่ยนการลงทุน: หุ้นนอกสหรัฐฯ และหุ้นคุณค่าน่าสนใจ
บทวิเคราะห์ได้ชี้ถึงแนวโน้มการสับเปลี่ยนกลุ่มการลงทุน (Rotation) ที่มักเกิดขึ้นหลังการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟด
- ภูมิภาค: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มักจะให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดอื่น (Underperform) ในขณะที่ตลาดญี่ปุ่นและยุโรปมักจะทำได้ดีกว่า (Outperform) ส่วนในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) บราซิลและอินเดียมีแนวโน้มเป็นผู้นำ ขณะที่จีนมักจะตามหลัง
- ประเภทหุ้น: นักลงทุนควรพิจารณาให้น้ำหนักกับ หุ้นคุณค่า (Value Stocks) และหุ้นในกลุ่ม วัฏจักร (Cyclicals) มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการลงทุนในระดับภูมิภาคดังกล่าว
มุมมองในภาพรวม
แม้ Citi จะแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในระยะสั้น เนื่องจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจนำไปสู่ภาวะ Stagflation (เศรษฐกิจชะงักงันและเงินเฟ้อสูง) แต่ธนาคารยังคงมุมมองเดิมว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะยังสามารถปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องจนถึงกลางปี 2027 โดยมีปัจจัยหนุนจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน
Read next
More on หุ้น
Orbis Medicines จับมือ Novo Nordisk ในดีลพัฒนายามูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์
Orbis Medicines ประกาศความร่วมมือกับ Novo Nordisk มูลค่าสูงสุด 1.4 พันล้านดอลลาร์ เพื่อใช้เทคโนโลยี AI พัฒนายารักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดจากรูปแบบฉีดให้เป็นยารับประทาน

หุ้น Robinhood พุ่งขึ้น หลัง ก.ล.ต. สหรัฐฯ เปิดทางซื้อขาย 'หุ้นโทเคน'
ราคาหุ้น Robinhood ปรับตัวขึ้นกว่า 6% หลังจากที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ประกาศ "ข้อยกเว้นทางนวัตกรรม" ซึ่งเป็นแผนระยะเวลา 5 ปี ที่อนุญาตให้มีการซื้อขายหลักทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัลได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

วิเคราะห์ราคาทองคำ: แนวโน้มระยะสั้นเผชิญแรงกดดัน แต่ระยะกลางยังเป็นบวก
ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันในระยะสั้นจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม แนวโน้มระยะกลางยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากแรงซื้อของธนาคารกลางและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

UBS ปรับมุมมองโลหะอุตสาหกรรมเป็น 'Overweight' ชี้ปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างระยะยาว
UBS ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มโลหะอุตสาหกรรม โดยมองว่าอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากตลาดเกิดใหม่และเป้าหมาย Net-zero จะเป็นปัจจัยหนุนราคาในระยะยาว แม้เตือนว่าราคาอาจผันผวน