Story

Citi ชี้ 3 บทเรียนจากประวัติศาสตร์ ตลาดหุ้นมักฟื้นตัวใน 1 ปีหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Sep 16, 20261 min read
Citi ชี้ 3 บทเรียนจากประวัติศาสตร์ ตลาดหุ้นมักฟื้นตัวใน 1 ปีหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย

Summary

บทวิเคราะห์จาก Citi ระบุว่าข้อมูลในอดีตชี้ให้เห็นว่า แม้ตลาดหุ้นทั่วโลกจะผันผวนในช่วงแรกที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ก็มักจะฟื้นตัวและให้ผลตอบแทนเป็นบวกได้ภายใน 12 เดือน

Text size
Background

Citi เปิดเผยบทวิเคราะห์ล่าสุดถึงนักลงทุน โดยชี้ให้เห็น 3 บทเรียนสำคัญจากข้อมูลในอดีต ในขณะที่ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เตรียมปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้ โดยระบุว่าการขึ้นดอกเบี้ยไม่จำเป็นต้องเป็นจุดสิ้นสุดของตลาดกระทิงเสมอไป

นักเศรษฐศาสตร์ของ Citi คาดการณ์ว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินในระดับโลก ซึ่งปัจจุบันจำนวนธนาคารกลางที่ใช้นโยบายคุมเข้มมีมากกว่าฝั่งที่ผ่อนคลายแล้วเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารแห่งประเทศอังกฤษ (BoE)

สัญญาณจากอดีต: ตลาดผันผวนระยะสั้น แต่ฟื้นตัวในระยะยาว

จากการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังไปถึงช่วงทศวรรษ 1970 Citi พบว่าตลาดหุ้นทั่วโลกมักจะมีความผันผวนในช่วงที่เฟดเริ่มวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ย แต่หลังจากนั้น 6-12 เดือน ตลาดก็ยังสามารถปรับตัวขึ้นต่อได้

  • สถิติ 3 เดือนแรก: หลังการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรก หุ้นปรับตัวขึ้นเพียง 1 ใน 3 ของกรณีศึกษาทั้งหมด
  • สถิติ 12 เดือน: แต่เมื่อมองในกรอบเวลา 12 เดือน ตลาดหุ้นกลับปรับตัวขึ้นในกรณีส่วนใหญ่ โดยให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 7%

Citi สรุปว่า "การขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟดไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ตลาดกระทิงสิ้นสุดลง" และความผันผวนที่เกิดขึ้นในช่วงแรกมักเป็นโอกาสในการเข้าซื้อสำหรับมุมมองการลงทุนระยะเวลา 1 ปี

Sample IUX Markets – In-articleAd

การสับเปลี่ยนการลงทุน: หุ้นนอกสหรัฐฯ และหุ้นคุณค่าน่าสนใจ

บทวิเคราะห์ได้ชี้ถึงแนวโน้มการสับเปลี่ยนกลุ่มการลงทุน (Rotation) ที่มักเกิดขึ้นหลังการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟด

  • ภูมิภาค: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มักจะให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดอื่น (Underperform) ในขณะที่ตลาดญี่ปุ่นและยุโรปมักจะทำได้ดีกว่า (Outperform) ส่วนในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) บราซิลและอินเดียมีแนวโน้มเป็นผู้นำ ขณะที่จีนมักจะตามหลัง
  • ประเภทหุ้น: นักลงทุนควรพิจารณาให้น้ำหนักกับ หุ้นคุณค่า (Value Stocks) และหุ้นในกลุ่ม วัฏจักร (Cyclicals) มากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการลงทุนในระดับภูมิภาคดังกล่าว

มุมมองในภาพรวม

แม้ Citi จะแนะนำให้ใช้ความระมัดระวังในระยะสั้น เนื่องจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจนำไปสู่ภาวะ Stagflation (เศรษฐกิจชะงักงันและเงินเฟ้อสูง) แต่ธนาคารยังคงมุมมองเดิมว่าตลาดหุ้นทั่วโลกจะยังสามารถปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องจนถึงกลางปี 2027 โดยมีปัจจัยหนุนจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน

Read next

More on หุ้น
Orbis Medicines จับมือ Novo Nordisk ในดีลพัฒนายามูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์

หุ้น

Orbis Medicines จับมือ Novo Nordisk ในดีลพัฒนายามูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์

Sep 17, 2026

Orbis Medicines ประกาศความร่วมมือกับ Novo Nordisk มูลค่าสูงสุด 1.4 พันล้านดอลลาร์ เพื่อใช้เทคโนโลยี AI พัฒนายารักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดจากรูปแบบฉีดให้เป็นยารับประทาน

หุ้น Robinhood พุ่งขึ้น หลัง ก.ล.ต. สหรัฐฯ เปิดทางซื้อขาย 'หุ้นโทเคน'

หุ้น

หุ้น Robinhood พุ่งขึ้น หลัง ก.ล.ต. สหรัฐฯ เปิดทางซื้อขาย 'หุ้นโทเคน'

Sep 17, 2026

ราคาหุ้น Robinhood ปรับตัวขึ้นกว่า 6% หลังจากที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ประกาศ "ข้อยกเว้นทางนวัตกรรม" ซึ่งเป็นแผนระยะเวลา 5 ปี ที่อนุญาตให้มีการซื้อขายหลักทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัลได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

วิเคราะห์ราคาทองคำ: แนวโน้มระยะสั้นเผชิญแรงกดดัน แต่ระยะกลางยังเป็นบวก

หุ้น

วิเคราะห์ราคาทองคำ: แนวโน้มระยะสั้นเผชิญแรงกดดัน แต่ระยะกลางยังเป็นบวก

Sep 17, 2026

ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันในระยะสั้นจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม แนวโน้มระยะกลางยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากแรงซื้อของธนาคารกลางและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

UBS ปรับมุมมองโลหะอุตสาหกรรมเป็น 'Overweight' ชี้ปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างระยะยาว

หุ้น

UBS ปรับมุมมองโลหะอุตสาหกรรมเป็น 'Overweight' ชี้ปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างระยะยาว

Sep 17, 2026

UBS ปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มโลหะอุตสาหกรรม โดยมองว่าอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากตลาดเกิดใหม่และเป้าหมาย Net-zero จะเป็นปัจจัยหนุนราคาในระยะยาว แม้เตือนว่าราคาอาจผันผวน

Back to latest news

LATEST