Story
Orbis Medicines จับมือ Novo Nordisk ในดีลพัฒนายามูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์

Summary
Orbis Medicines ประกาศความร่วมมือกับ Novo Nordisk มูลค่าสูงสุด 1.4 พันล้านดอลลาร์ เพื่อใช้เทคโนโลยี AI พัฒนายารักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดจากรูปแบบฉีดให้เป็นยารับประทาน
Orbis Medicines ประกาศข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและอนุญาตให้ใช้สิทธิกับ Novo Nordisk บริษัทยายักษ์ใหญ่ โดยมีมูลค่ารวมสูงสุดถึง 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพัฒนายารูปแบบรับประทานสำหรับรักษาโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือดและการเผาผลาญ (cardiometabolic diseases)
รายละเอียดข้อตกลง
ข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมการจ่ายเงินล่วงหน้า (upfront payment) และการจ่ายเงินตามความสำเร็จของโครงการ (milestone payments) ให้แก่ Orbis Medicines รวมถึงค่าสิทธิ (royalties) แบบขั้นบันไดจากยอดขายผลิตภัณฑ์ในอนาคต
นอกจากนี้ Novo Nordisk จะเข้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน Orbis ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนด้วย อย่างไรก็ตาม ทั้งสองบริษัทไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับขนาดของการลงทุนหรือการแบ่งสัดส่วนของมูลค่าข้อตกลงรวม 1.4 พันล้านดอลลาร์
เทคโนโลยีเบื้องหลังความร่วมมือ
ความร่วมมือครั้งนี้จะใช้แพลตฟอร์ม nGen ของ Orbis ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการค้นหาสารประกอบประเภท "มาโครไซเคิล" (macrocycles)
Adมาโครไซเคิลเป็นโมเลกุลประเภทหนึ่งที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนยาที่ปัจจุบันต้องใช้วิธีฉีด ให้กลายเป็นยารูปแบบรับประทานที่สะดวกต่อผู้ป่วยมากขึ้น โดยมีเป้าหมายครอบคลุมการรักษาหลายด้านในกลุ่มโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด
ความสำคัญต่อตลาดและนักลงทุน
การร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่กลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดและการเผาผลาญ ซึ่งเป็นตลาดเวชภัณฑ์ขนาดใหญ่และมีความต้องการนวัตกรรมการรักษาสูง หากการพัฒนาประสบความสำเร็จ อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวิธีการรักษาโรคเหล่านี้ โดยเปลี่ยนจากยาฉีดมาเป็นยาเม็ด ซึ่งจะเพิ่มความสะดวกสบายและอาจปรับปรุงการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยได้ในวงกว้าง
สำหรับนักลงทุน ข้อตกลงนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของ Novo Nordisk ในเทคโนโลยีของ Orbis และเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญในอนาคตของยารับประทานสำหรับโรคเรื้อรัง ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มการแข่งขันในตลาดยาได้ในระยะยาว
Read next
More on หุ้น
Waymo เตรียมเปิดตัวบริการแท็กซี่ไร้คนขับในสิงคโปร์ปี 2028 รุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งแรก
Waymo ในเครือ Alphabet ประกาศแผนขยายบริการเรียกรถยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับสู่สิงคโปร์ภายในปี 2028 ซึ่งนับเป็นการเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรก โดยจะเริ่มนำรถยนต์เข้ามาทดสอบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

หุ้น Generac พุ่ง 18% หลังคว้าดีล 8 พันล้านดอลลาร์จาก Amazon
ราคาหุ้น Generac Holdings พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง หลังประกาศข้อตกลงครั้งสำคัญมูลค่าสูงสุด 8 พันล้านดอลลาร์ เพื่อจัดหาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองให้กับศูนย์ข้อมูลของ Amazon ตอกย้ำสถานะในฐานะผู้เล่นหลักด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านสหรัฐฯ พุ่งต่อเนื่องใกล้ 7% กดดันตลาดอสังหาฯ หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย
อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านสหรัฐฯ ประเภทคงที่ 30 ปี ปรับตัวสูงขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน แตะระดับ 6.95% การปรับขึ้นนี้เกิดขึ้นหลังเฟดประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย สร้างแรงกดดันต่อกำลังซื้อและอาจทำให้การฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยล่าช้าออกไป

ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ย่อตัวลง หลังวอลล์สตรีทพุ่งแรงขานรับราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์ที่อ่อนตัว
ดัชนีฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเล็กน้อย หลังจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดบวกอย่างแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงหลังการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ