Story
แรงเทขายหุ้น AI ฉุดผลตอบแทน 'กองทุนควอนท์' ดิ่งหนักสุดในรอบเกือบปี

Summary
กองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่ใช้กลยุทธ์เชิงปริมาณ (Quant Funds) เผชิญผลขาดทุนหนักที่สุดในรอบเกือบปี หลังตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้น AI ผันผวนอย่างรุนแรง ทำให้ผลตอบแทนที่ทำได้ตั้งแต่ต้นปีหายไปถึงหนึ่งในสี่
กองทุนเฮดจ์ฟันด์บางส่วนเพิ่งเผชิญกับผลการดำเนินงานที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบเกือบหนึ่งปีในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากติดอยู่ในการลงทุนที่กระจุกตัวสูงท่ามกลางสภาวะตลาดที่ผันผวนอย่างหนัก อ้างอิงจากรายงานของ Goldman Sachs
ผลตอบแทนกองทุนควอนท์ร่วงหนัก
Goldman Sachs ระบุในบันทึกเมื่อวันพุธว่า กองทุนที่จัดการด้วยระบบ (Systematic managers) หรือที่รู้จักกันในชื่อ กองทุนเชิงปริมาณ (Quant Funds) ซึ่งใช้อัลกอริทึมในการซื้อขายตามแนวโน้มของตลาด ได้สูญเสียผลตอบแทนที่ทำมาตั้งแต่ต้นปีไปแล้วถึงหนึ่งในสี่
- ผลตอบแทนรวมตั้งแต่ต้นปีของกองทุนกลุ่มนี้ลดลงมาอยู่ที่ +10.8%
- ซึ่งลดลงจากระดับ +14.4% ที่เคยทำได้เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน
การขาดทุนดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากการเดิมพันสวนทิศทางตลาดในสินทรัพย์ที่มีการลงทุนกระจุกตัวสูง เช่น ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วของเอเชีย และตลาดหุ้นยุโรปในระดับหนึ่ง
ความผันผวนในกลุ่มชิปเมกเกอร์เป็นตัวกระตุ้น
Adความผันผวนอย่างรุนแรงในราคาหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ได้สร้างบรรยากาศการลงทุนที่ยากลำบาก นอกจากนี้ การใช้เลเวอเรจในระดับสูงของนักลงทุนรายย่อย โดยเฉพาะในตลาดเกาหลีใต้ ยิ่งเป็นปัจจัยที่ขยายความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นให้รุนแรงขึ้น
ก่อนหน้านี้ หน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่ง เช่น ธนาคารกลางอังกฤษ ธนาคารกลางญี่ปุ่น และธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ได้ออกมาเตือนถึงการประเมินมูลค่าที่สูงเกินไป โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี ซึ่งหุ้นอย่าง Micron Technology, Intel หรือ Marvell Technology มีราคาปรับตัวขึ้นถึง 200% ในปี 2026 เพียงปีเดียว
กองทุนประเภทอื่นก็ลดความเสี่ยง
Goldman Sachs ยังระบุว่า กองทุนที่เน้นการเลือกหุ้นรายตัวจากปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental managers) ก็มีผลตอบแทนลดลง 2.2% ในช่วงเวลาเดียวกัน เนื่องจากติดอยู่ในการลงทุนที่กระจุกตัวในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีของกองทุนกลุ่มนี้ยังคงเป็นบวกอยู่ที่ 15.5%
ผู้จัดการกองทุนกลุ่มนี้ได้ถอนการลงทุนออกจากหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างรวดเร็ว ซึ่งการเทขายพร้อมกันนี้ส่งผลให้ระดับเลเวอเรจโดยรวมของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบปี ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการลดความเสี่ยงในตลาด