Story
BlackRock ถูกฟ้อง ข้อหาคิดค่าธรรมเนียมกองทุนรวมสูงเกินจริงจากนักลงทุน

Summary
นักลงทุนยื่นฟ้อง BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ยักษ์ใหญ่ โดยกล่าวหาว่ามีการใช้หลักการบัญชีที่ไม่เหมาะสม ทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของกองทุนรวมกว่า 70 กองทุนสูงเกินจริง ส่งผลให้นักลงทุนต้องจ่ายค่าธรรมเนียมและภาษีที่สูงขึ้น
BlackRock หนึ่งในบริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถูกนักลงทุนยื่นฟ้องร้องเมื่อวันจันทร์ โดยกล่าวหาว่าบริษัทใช้วิธีการทางบัญชีที่ไม่เหมาะสมซึ่งทำให้มูลค่าของกองทุนรวมตราสารทุนกว่า 70 กองทุนสูงเกินจริง ส่งผลให้ผู้ลงทุนต้องแบกรับค่าธรรมเนียมการจัดการและภาระภาษีที่สูงขึ้น
รายละเอียดของข้อกล่าวหา
ตามคำฟ้องที่ยื่นต่อศาลในรัฐนิวยอร์ก คำฟ้องระบุว่า BlackRock ได้จัดประเภทรายได้จากเงินปันผลและกำไรจากการขายสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นจริง (realized capital gains) เป็นสินทรัพย์ของกองทุนอย่างไม่ถูกต้อง ทั้งที่เงินจำนวนดังกล่าวจะต้องถูกจัดสรรเพื่อจ่ายคืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนภายในปีภาษีนั้นๆ
การกระทำดังกล่าวถูกกล่าวหาว่าส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (Net Asset Value: NAV) ของกองทุนสูงกว่าความเป็นจริง ซึ่งเป็นฐานในการคำนวณราคาซื้อขายหน่วยลงทุนและค่าธรรมเนียมการจัดการ
ผลกระทบต่อนักลงทุน
กลุ่มนักลงทุนอ้างว่าการที่ NAV สูงเกินจริงส่งผลเสียต่อพวกเขาในหลายด้าน:
- ได้รับหน่วยลงทุนน้อยลง: เมื่อเข้าซื้อกองทุน นักลงทุนได้รับจำนวนหน่วยลงทุนน้อยกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับจำนวนเงินที่ลงทุนไป
- จ่ายค่าธรรมเนียมสูงเกินควร: ค่าธรรมเนียมการจัดการซึ่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าสินทรัพย์ ถูกคำนวณจากฐาน NAV ที่สูงเกินจริง
- ภาระภาษีที่เพิ่มขึ้น: นักลงทุนต้องเสียภาษีสูงขึ้นจากสิ่งที่คำฟ้องระบุว่าเป็นหนี้สินของกองทุน (fund liabilities) ไม่ใช่สินทรัพย์
Adคดีนี้เป็นการเรียกร้องค่าเสียหายในจำนวนเงินที่ไม่ระบุเฉพาะเจาะจง สำหรับนักลงทุนในกองทุนรวมตราสารทุนของ BlackRock ทั้งแบบเชิงรุก (actively managed) และแบบอิงดัชนี (indexed) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
บริบทและข้อมูลเบื้องหลัง
BlackRock ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์ก มีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ณ สิ้นเดือนมีนาคม อยู่ที่ 13.89 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในจำนวนนี้เป็นสินทรัพย์ประเภทหุ้น 7.66 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
คำฟ้องยังระบุด้วยว่า แม้ BlackRock จะมีการเปิดเผยข้อมูลเตือนนักลงทุนเกี่ยวกับการ "ซื้อเงินปันผล" (Buying a Dividend) ซึ่งอาจทำให้เกิดภาระภาษี แต่คำเตือนดังกล่าวไม่สามารถปกปิดความจริงที่ว่า NAV ของกองทุนสูงเกินจริงในทุกๆ วันได้ คดีนี้กล่าวหาว่า BlackRock ละเมิดพระราชบัญญัติหลักทรัพย์ปี 1933 (Securities Act of 1933) ซึ่งกำกับดูแลการเสนอขายหลักทรัพย์
ตามรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ ทาง BlackRock ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อข้อกล่าวหาดังกล่าวในทันที