Story
ราคาน้ำมันเบรนท์ทะลุ $100 ท่ามกลางความขัดแย้ง แต่เหตุใดจึงไม่พุ่งสูงไปกว่านี้?

Summary
ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งแตะระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลจากความกังวลด้านอุปทานในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของอุปทานจากนอกกลุ่มโอเปกและการชะลอตัวของอุปสงค์ โดยเฉพาะจากจีน เป็นปัจจัยที่ช่วยสกัดการพุ่งขึ้นของราคา
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent crude) ซึ่งเป็นตลาดอ้างอิงสำคัญของโลก ได้พุ่งขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม ท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมัน อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของราคายังเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยหลายประการที่ช่วยลดแรงกดดันในตลาด
อุปทานยังคงไหลเวียนและมีแหล่งผลิตอื่นชดเชย
แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับการขนส่ง แต่ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าปริมาณน้ำมันจำนวนมากยังคงสามารถส่งออกจากตะวันออกกลางได้ โดย Russell Hardy ซีอีโอของ Vitol ซึ่งเป็นบริษัทค้าน้ำมันอิสระรายใหญ่ที่สุดของโลก เปิดเผยว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีการส่งออกน้ำมันดิบประมาณ 9 ล้านบาร์เรลต่อวัน และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวันจากภูมิภาคนี้
นอกจากนี้ ผู้ผลิตในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับยังได้ใช้เส้นทางขนส่งทางเลือกเพื่อลดผลกระทบ ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปก (Non-OPEC) เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา และกายอานา ก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มกำลังการผลิตรวมกันถึง 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปีนี้ ตามการคาดการณ์ของ Jarand Rystad ผู้ก่อตั้ง Rystad Energy ซึ่งช่วยชดเชยอุปทานที่อาจขาดหายไปได้บางส่วน
อุปสงค์ชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจและจีน
อีกปัจจัยสำคัญที่สกัดการพุ่งขึ้นของราคาคือการชะลอตัวของอุปสงค์ (Demand Destruction) โดย Rystad Energy ประเมินว่าความต้องการใช้น้ำมันในภาคปิโตรเคมีและเชื้อเพลิงเพื่อการขนส่งในไตรมาสที่ 3 ลดลงถึง 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุด มีส่วนสำคัญมากกว่าครึ่งหนึ่งของการลดลงดังกล่าว
Adข้อมูลจาก Kpler ระบุว่า การขนส่งน้ำมันดิบทางทะเลของจีนลดลงเหลือเพียง 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม จากระดับกว่า 11 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนี้ ปริมาณน้ำมันสำรองมหาศาลของจีนซึ่ง Kpler ประเมินไว้ที่ 1.17 พันล้านบาร์เรล ก็เป็นอีกปัจจัยที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด
ตลาดกายภาพยังคงตึงตัวและมุมมองนักวิเคราะห์
อย่างไรก็ตาม ตลาดซื้อขายน้ำมันจริง (Physical Market) กลับส่งสัญญาณที่แตกต่างออกไป โดยส่วนต่างราคา (Spot premiums) ของน้ำมันดิบดูไบและโอมานพุ่งขึ้นไปอยู่ระดับสูงกว่า 20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อเทียบกับราคาอ้างอิงสำหรับสัญญาส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ซึ่งสะท้อนถึงภาวะอุปทานที่ตึงตัวอย่างมาก
David Fyfe หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Argus กล่าวว่า "ในขณะนี้ ตลาดกายภาพกำลังบอกเราว่าสถานการณ์ตึงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะตลาดดีเซลที่กำลังส่งสัญญาณการขาดแคลนอย่างรุนแรง" สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้สถาบันการเงินหลายแห่งปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมัน
- Morgan Stanley คาดการณ์ว่าราคาเบรนท์จะเฉลี่ยอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในไตรมาสที่ 4
- HSBC ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาเบรนท์ปี 2026 และ 2027 เป็น 90 ดอลลาร์ และ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามลำดับ
- Goldman Sachs คาดการณ์ว่าราคาเบรนท์จะอยู่ที่ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในเดือนธันวาคม 2026
Read next
More on สินค้าโภคภัณฑ์
อิหร่านเตือนว่าจะตอบโต้หากสหรัฐฯ โจมตีอีกครั้ง ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคที่เพิ่มสูงขึ้น
กองทัพอิหร่านเตือนว่าจะตอบโต้การโจมตีใดๆ ที่เกิดขึ้นอีกครั้งจากสหรัฐฯ และพันธมิตร ซึ่งเป็นการเพิ่มความตึงเครียดหลังจากกลุ่มกบฏฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านอ้างว่าได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย

ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าข้าวสาลีลดลงจากการขายทางเทคนิค เนื่องจากราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวลง
ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าข้าวสาลีชิคาโกปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันพุธ โดยได้รับแรงกดดันจากการขายทางเทคนิคที่เชื่อมโยงกับการลดลงของราคาน้ำมันดิบ แม้ว่าการขาดทุนจะถูกจำกัดด้วยความกังวลเรื่องอุปทานทั่วโลกที่ยังคงมีอยู่

ราคาน้ำตาลดิบล่วงหน้าลดลง เนื่องจากราคาน้ำมันที่ลดลงส่งผลกระทบต่อความต้องการเอทานอล
ราคาน้ำตาลดิบล่วงหน้าปรับตัวลดลงเล็กน้อย เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลงทำให้การผลิตเอทานอลมีกำไรน้อยลง ส่งผลให้โรงงานต่างๆ หันมาผลิตน้ำตาลมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาได้รับแรงหนุนจากคาดการณ์ว่าผลผลิตทางการเกษตรในภูมิภาคสำคัญๆ จะลดลง

บริษัท Continental Resources ลงนามบันทึกความเข้าใจกับบริษัท PDVSA ของเวเนซุเอลา เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำมันโอริโนโก
บริษัท Continental Resources ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา ได้ลงนามในข้อตกลงเบื้องต้นกับบริษัทน้ำมันของรัฐบาลเวเนซุเอลา PDVSA เพื่อร่วมกันพัฒนาแหล่งน้ำมันในแถบน้ำมันโอริโนโก ซึ่งคาดว่ามีปริมาณน้ำมันสำรองถึง 30 พันล้านบาร์เรล