Story

Deutsche Bank ชี้ 'ผลตอบแทน' เป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราในปี 2026

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 10, 20261 min read
Deutsche Bank ชี้ 'ผลตอบแทน' เป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราในปี 2026

Summary

Deutsche Bank วิเคราะห์ว่าผลตอบแทนพันธบัตรยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่กำหนดทิศทางตลาดสกุลเงินในปีนี้ ทำให้กลยุทธ์แคร์รีเทรด (Carry Trade) ยังคงให้ผลตอบแทนที่ดี

Text size
Background

Deutsche Bank AG ระบุในรายงานเมื่อวันศุกร์ว่า ผลตอบแทน (yield) จะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในตลาดปริวรรตเงินตรา (FX) ตลอดปี 2026 ส่งผลให้กลยุทธ์การลงทุนแบบแคร์รีเทรด (carry trade) ยังคงมีแนวโน้มให้ผลการดำเนินงานที่ดีท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีเสถียรภาพ

ผลตอบแทนโดดเด่นเหนือปัจจัยอื่น

จอร์จ ซาราเวลอส หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สกุลเงินของ Deutsche Bank เขียนระบุว่า ผลตอบแทนเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลเหนือตลาด FX มากที่สุดในปีนี้ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับเหตุการณ์สำคัญต่างๆ เช่น สงครามในตะวันออกกลาง การเปลี่ยนแปลงผู้นำของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และความผันผวนอย่างรุนแรงในมูลค่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

ซาราเวลอสตั้งข้อสังเกตว่า กลยุทธ์แคร์รีเทรดที่ปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted carry) เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในปี 2026

มุมมองต่อสกุลเงินหลัก

Sample IUX Markets – In-articleAd

สำหรับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจัยบวกที่สำคัญที่สุดมาจากการที่ตลาดได้ปรับคาดการณ์นโยบายการเงินของเฟดไปในทิศทางที่แข็งกร้าว (hawkish) มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจำเป็นต้องให้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 75 ถึง 100 basis points ซึ่งจะทำให้ดอลลาร์กลับมามีสถานะเป็นสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงอีกครั้ง

Deutsche Bank ไม่เห็นเหตุผลที่ชัดเจนว่าเงินยูโรจะอ่อนค่าลงไปอีกหรือดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นในวงกว้าง เนื่องจากยังมีความเสี่ยงที่การเติบโตทางเศรษฐกิจของยุโรปอาจออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้

ในส่วนของเงินเยนยังคงเผชิญแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนระยะสั้นที่อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ โดยทางธนาคารแนะนำให้ใช้ เงินฟรังก์สวิส (CHF) แทนเงินเยน (JPY) ในการเป็นสกุลเงินทุน (funding currency) สำหรับกลยุทธ์แคร์รีเทรด

อย่างไรก็ดี Deutsche Bank ชี้ว่าความพยายามของญี่ปุ่นในการส่งเสริมการลงทุนในประเทศอาจช่วยหนุนให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นได้ในอนาคต โดยอ้างอิงถึงตัวอย่างการปฏิรูปกองทุนบำเหน็จบำนาญของรัฐบาลญี่ปุ่น (GPIF) ในปี 2014 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงความคาดหวังเกี่ยวกับกระแสเงินทุนในประเทศสามารถสร้างความเคลื่อนไหวอย่างมีนัยสำคัญในตลาด FX ได้

Back to latest news

LATEST