Story
ความเสี่ยงแทรกแซง USD/JPY: จับตาแนวรับสำคัญ 155 เยน หลังสหรัฐฯ-ญี่ปุ่นผนึกกำลัง

Summary
การแทรกแซงค่าเงินเยนร่วมกันครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นได้กดดันให้ USD/JPY ร่วงลงอย่างหนัก โดยตลาดกำลังจับตาแนวรับสำคัญที่ระดับ 155 เยน ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดทิศทางในระยะต่อไป
การแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราครั้งประวัติศาสตร์โดยสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นการดำเนินการร่วมกันครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 ได้ส่งผลให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ตลาดกำลังจับตามองว่าการดำเนินการครั้งนี้จะสามารถสร้างแนวรับที่ยั่งยืนได้หรือไม่ โดยมีระดับ 155 เยนต่อดอลลาร์ เป็นจุดชี้วัดสำคัญ
การแทรกแซงครั้งประวัติศาสตร์
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2026 ญี่ปุ่นได้เข้าซื้อเงินเยนครั้งใหญ่ในตลาดนิวยอร์ก แต่สิ่งที่ทำให้การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งคือการมีส่วนร่วมของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ญี่ปุ่นได้ใช้เงินแทรกแซงค่าเงินเยนไปแล้วถึง 11.7 ล้านล้านเยน (ประมาณ 7.25 หมื่นล้านดอลลาร์) ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2026 ซึ่งเป็นการใช้จ่ายรายเดือนที่สูงเป็นประวัติการณ์ แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งการอ่อนค่าของเงินเยนได้
ผลจากการแทรกแซงร่วมกันครั้งล่าสุด ทำให้คู่สกุลเงิน USD/JPY ร่วงลงอย่างรุนแรงจากจุดสูงสุดในรอบ 40 ปีที่เกือบ 164 เยน ลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 157.47 เยนภายในเวลาไม่กี่วัน
155: แนวรับสำคัญที่ต้องจับตา
Bank of America (BofA) ได้ระบุว่าระดับ 155 เยนต่อดอลลาร์ เป็นจุดเปลี่ยนทางจิตวิทยาที่สำคัญของตลาด ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินว่าทิศทางของ USD/JPY จะเป็นอย่างไรต่อไป
Ad- หากราคายืนเหนือ 155 เยน: นักลงทุนจะยังคงมองว่าการแทรกแซงเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว และจะยังคงเข้าซื้อดอลลาร์เมื่อราคาย่อตัว (buy the dip)
- หากราคาหลุดต่ำกว่า 155 เยน: อาจกระตุ้นให้บริษัทผู้ส่งออกของญี่ปุ่น (ซึ่งมักตั้งเกณฑ์ป้องกันความเสี่ยงไว้ที่ราว 150 เยน) เทขายดอลลาร์ออกมา ซึ่งจะสร้างแรงกดดันให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นไปอีก และอาจเปิดทางให้ราคาลดลงสู่ระดับ 150 เยนได้
ในขณะที่ระดับ 160 เยนได้กลายเป็นแนวต้านทางจิตวิทยาที่สำคัญ การที่ราคาปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 157.47 เยน ถือเป็นช่วงกลางที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง
ปัจจัยขับเคลื่อนในอนาคต
ความสำเร็จของการแทรกแซงในระยะยาวขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐาน โดยเฉพาะนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ การคาดการณ์ว่า BOJ อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมวันที่ 17-18 กันยายน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนค่าเงินเยน
ในทางกลับกัน ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (Non-Farm Payrolls) ที่จะประกาศในวันที่ 7 สิงหาคม จะเป็นบททดสอบสำคัญครั้งต่อไป หากตัวเลขออกมาแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ อาจจุดกระแสการค้าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (carry trade) ให้กลับมาอีกครั้งและหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น โดยสรุป แม้การแทรกแซงร่วมกันจะเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายสิบปี แต่การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินให้สอดคล้องกันมากขึ้นยังคงเป็นปัจจัยชี้ขาดทิศทางของเงินเยนในระยะยาว
Read next
More on หุ้น
Bloomberg เผย Berkshire Hathaway อาจเพิ่มสัดส่วนลงทุนใน 5 บริษัทการค้ายักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น
Berkshire Hathaway ของวอร์เรน บัฟเฟตต์ กำลังพิจารณาเพิ่มการถือครองหุ้นใน 5 กลุ่มบริษัทการค้าชั้นนำของญี่ปุ่น หรือ 'โซโก โชฉะ' ตามรายงานของ Bloomberg ที่อ้างอิงคำกล่าวของประธานบริษัท Itochu

เฟดขึ้นดอกเบี้ยกดดันตลาด แต่หุ้นประกัน Chubb ที่เลือกโดย AI กลับได้ประโยชน์
การตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นในวงกว้าง แต่บริษัทประกันภัยอย่าง Chubb กลับได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากรายได้การลงทุนที่สูงขึ้น

สหรัฐฯ คาดการประมูลคลื่นความถี่รอบใหม่สร้างรายได้เข้ารัฐกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ FCC เผยว่าการประมูลคลื่นความถี่ไร้สายหลายครั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า อาจสร้างรายได้ให้แก่รัฐบาลสหรัฐฯ มากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ พร้อมกระตุ้นการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคม

หุ้น DaVita พุ่งกว่า 10% หลังประกาศคาดการณ์กำไรปี 2026 สูงกว่าที่ตลาดคาด
ราคาหุ้น DaVita ผู้ให้บริการฟอกไตรายใหญ่ ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในเดือนกันยายน หลังจากบริษัทได้เปิดเผยคาดการณ์ผลประกอบการสำหรับปี 2026 ที่สูงกว่าฉันทามติของนักวิเคราะห์