Story
BofA เตือนความเสี่ยงนักลงทุนเทขายสินทรัพย์ญี่ปุ่น หลังสถานะ Short เงินเยนพุ่งสู่ระดับตึงตัว

Bank of America (BofA) เปิดเผยบทวิเคราะห์ล่าสุด โดยระบุว่าสถานะเก็งกำไรฝั่งขาย (short position) สกุลเงินเยนของนักลงทุนได้พุ่งขึ้นสู่ระดับที่ตึงตัวอย่างมาก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการเทขายสินทรัพย์ของญี่ปุ่น ทั้งในตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้น
บทวิเคราะห์ดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงการคลังญี่ปุ่นเกี่ยวกับดุลการชำระเงินในเดือนพฤษภาคม และธุรกรรมหลักทรัพย์ระหว่างประเทศในเดือนมิถุนายน ซึ่งชี้ให้เห็นว่านักลงทุนต่างชาติได้เปลี่ยนสถานะเป็นผู้ขายสุทธิในสินทรัพย์ของญี่ปุ่นแล้ว
สถานะ Short เงินเยนใกล้ระดับวิกฤต
BofA ชี้ว่าสถานะ Short เงินเยนในตลาด CME กำลังเข้าใกล้ระดับที่เคยเห็นครั้งล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2024 ขณะเดียวกัน นักลงทุนต่างชาติได้เทขายทั้งพันธบัตรและหุ้นญี่ปุ่นในเดือนมิถุนายน หลังจากที่เคยเป็นผู้ซื้อสุทธิเข้ามาอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดกำลังเดิมพันกับการอ่อนค่าของเงินเยนอย่างหนัก ซึ่งส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยตลาดนอกประเทศญี่ปุ่นมากกว่าในช่วงเวลาซื้อขายของโตเกียว นอกจากนี้ BofA ยังตั้งข้อสังเกตว่าธุรกรรมประเภท Yen Carry Trade อาจกำลังค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้น
ปัจจัยหนุนและปัจจัยถ่วงดุล
Adแรงกดดันต่อเงินเยนมีสาเหตุหลักมาจากความกังวลด้านการคลังของญี่ปุ่น และมุมมองของตลาดที่ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ดำเนินนโยบายการเงินล่าช้ากว่าสถานการณ์ (behind the curve) ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ได้กระตุ้นให้เกิดการเก็งกำไรฝั่งขายในสกุลเงินเยน
อย่างไรก็ตาม BofA ระบุว่าปัจจัยพื้นฐานด้านดุลการชำระเงินของญี่ปุ่นยังคงปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกที่แข็งแกร่งขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งช่วยชดเชยการขาดดุลในภาคบริการดิจิทัลได้มากขึ้น
3 ปัจจัยที่อาจพลิกสถานการณ์
BofA ได้ระบุถึง 3 ปัจจัยสำคัญที่อาจกระตุ้นให้เกิดการปิดสถานะ Short เงินเยนอย่างรวดเร็ว (unwinding of short positions) ซึ่งจะทำให้เงินเยนกลับมาแข็งค่าขึ้นได้:
- การแทรกแซงค่าเงิน: หากรัฐบาลญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราด้วยขนาดที่ใหญ่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
- การกลับตัวของกระแส AI: หากกระแสความนิยมในหุ้นกลุ่ม AI ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนตลาดในปัจจุบันเกิดการกลับทิศทาง
- การเปลี่ยนแปลงนโยบาย: การปรับเปลี่ยนนโยบายครั้งสำคัญของรัฐบาลญี่ปุ่นเพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันของตลาด