Story
เงินเยนอ่อนค่าจ่อ 160 อีกครั้ง ลบกำไรครึ่งหนึ่งจากการแทรกแซง สหรัฐฯ ลั่นพร้อมหนุนเต็มที่ท่ามกลางข้อกังขาด้านศักยภาพ

ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นกลับมาอ่อนค่าอย่างรุนแรงอีกครั้ง โดยเข้าใกล้ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการลบกำไรที่ได้จากการแทรกแซงค่าเงินร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมไปแล้วกว่าครึ่งหนึ่ง แม้ว่ารัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ จะให้คำมั่นว่าจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ก็ตาม
การอ่อนค่าครั้งล่าสุดนี้สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันพื้นฐานที่ยังคงมีอยู่ และทำให้นักลงทุนกลับมาตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพและขีดจำกัดของมาตรการแทรกแซงในการเปลี่ยนแปลงทิศทางของตลาดในระยะยาว
เงินเยนกลับสู่วัฏจักรอ่อนค่า
ในวันจันทร์ที่ผ่านมา เงินเยนร่วงลงมากถึง 1% จนทะลุระดับ 159 เยนต่อดอลลาร์ หลังจากที่เคยแข็งค่าขึ้นไปใกล้ระดับ 155 เยนต่อดอลลาร์ในช่วงหลังการแทรกแซงครั้งประวัติศาสตร์เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ซึ่งเป็นการดำเนินการร่วมกันครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998
ตลาดกำลังจับตาดูแนวต้านทางจิตวิทยาที่สำคัญที่ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นระดับที่เคยกระตุ้นให้ทางการเข้าพยุงค่าเงินเยนในช่วงฤดูร้อนปี 2024 หากเงินเยนอ่อนค่าทะลุระดับดังกล่าวไปอย่างต่อเนื่อง อาจเพิ่มแรงกดดันให้ทางการญี่ปุ่นต้องเข้าแทรกแซงอีกครั้ง ไม่ว่าจะโดยลำพังหรือร่วมมือกับสหรัฐฯ
คำมั่นสหรัฐฯ และข้อจำกัดที่ซ่อนอยู่
นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า "เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อสนับสนุนพวกเขา" เพื่อรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนในตลาดต่างตั้งข้อสงสัยถึง "ศักยภาพ" ที่แท้จริงของสหรัฐฯ
Adเครื่องมือหลักของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ คือกองทุนรักษาเสถียรภาพการแลกเปลี่ยน (Exchange Stabilization Fund) ซึ่งมีวงเงินไม่ถึง 2.2 แสนล้านดอลลาร์ เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว มีการประเมินว่าญี่ปุ่นเพียงประเทศเดียวได้ใช้เงินถึง 5.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ในการเข้าแทรกแซงเพียงวันเดียวก่อนหน้าการดำเนินการร่วมกัน
ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งในทางทฤษฎีมีศักยภาพในการแทรกแซง "ไม่จำกัด" เนื่องจากสามารถพิมพ์เงินดอลลาร์ได้ กลับมีบทบาทเพียงเป็นตัวแทนดำเนินการให้กับกระทรวงการคลังเท่านั้น โดยไม่ได้ใช้เงินทุนของตนเอง ซึ่งแตกต่างจากการแทรกแซงในอดีต เช่น ในปี 1998 ที่เฟดและกระทรวงการคลังร่วมกันออกทุนฝ่ายละครึ่ง
ปัจจัยพื้นฐานยังคงกดดัน
นักวิเคราะห์ชี้ว่าการแทรกแซงเพียงอย่างเดียวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแนวโน้มของเงินเยนได้ ตราบใดที่ปัจจัยพื้นฐานยังคงกดดันค่าเงินอยู่ ซึ่งปัจจัยสำคัญประกอบด้วย:
- ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่กว้าง: อัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่นอยู่ที่ 1% ขณะที่ของเฟดอยู่ในช่วง 3.5% ถึง 3.75% ทำให้การถือครองเงินดอลลาร์ให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่า
- ความกังวลด้านการคลังของญี่ปุ่น: ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มสถานะทางการคลังของประเทศยังคงเป็นปัจจัยถ่วงค่าเงิน
- ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น: ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อญี่ปุ่นในฐานะผู้นำเข้าพลังงานรายใหญ่
นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ระบุในรายงานว่า ปฏิกิริยาของตลาดที่ค่อนข้างจำกัดต่อการแทรกแซงครั้งล่าสุด สะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยพื้นฐานที่ขับเคลื่อนการอ่อนค่าของเงินเยน และคาดว่าแรงกดดันจะกลับมาอีกครั้งเมื่อเวลาผ่านไป เว้นแต่จะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ไม่คาดคิดหรือสถานการณ์โลกเปลี่ยนไป
Read next
More on ฟอเร็กซ์
ค่าเงินซลอตีโปแลนด์อ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบ 11 เดือนเมื่อเทียบกับเงินยูโร จากแรงกดดันด้านราคาน้ำมัน
ค่าเงินซลอตีของโปแลนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 4.410 เมื่อเทียบกับเงินยูโร ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2023 เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความระมัดระวังก่อนการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งผลกระทบต่อค่าเงิน

ค่าเงินปอนด์อ่อนค่าลง ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ก่อนการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ และการประกาศงบประมาณของสหราชอาณาจักร
ค่าเงินปอนด์อังกฤษอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นในวันพุธ เนื่องจากความสนใจของตลาดเปลี่ยนจากความผันผวนของภาคเทคโนโลยีไปสู่การตัดสินใจของธนาคารกลางที่จะเกิดขึ้น และการประกาศงบประมาณของสหราชอาณาจักร

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยูโรโซนปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความกังวลด้านนโยบายการคลังของฝรั่งเศสกลับมาอีกครั้ง ก่อนการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB)
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสและเยอรมนีปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความโล่งใจจากการยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสเป็นเพียงชั่วคราว โดยนักลงทุนหันกลับมาให้ความสนใจกับความท้าทายทางการคลังและรอคำตัดสินนโยบายสำคัญจากธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางยุโรป

ดอลลาร์แคนาดาอ่อนค่าลง ขณะที่ตลาดรอการตัดสินใจจากธนาคารกลางแคนาดาและเฟด
เงินดอลลาร์แคนาดาอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากที่แข็งค่าติดต่อกันเจ็ดวัน เนื่องจากนักลงทุนต่างระมัดระวังตัวก่อนการประกาศอัตราดอกเบี้ยสำคัญในวันพุธจากทั้งธนาคารกลางแคนาดาและธนาคารกลางสหรัฐฯ