Story
EPA สหรัฐฯ เตรียมยกเลิกกฎคุมการปล่อยคาร์บอนของโรงไฟฟ้าในการประชุม G20

Summary
องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (EPA) เตรียมประกาศยกเลิกกฎระเบียบจำกัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนสำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินและก๊าซ ซึ่งเป็นการกลับนโยบายด้านสภาพอากาศครั้งสำคัญของรัฐบาลชุดก่อน
องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (EPA) มีกำหนดจะประกาศกฎระเบียบฉบับสุดท้ายเพื่อยกเลิกข้อจำกัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหินและก๊าซธรรมชาติในวันจันทร์นี้ ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านสภาพอากาศของสหรัฐฯ
รอยเตอร์รายงานว่า การประกาศดังกล่าวจะมีขึ้นระหว่างการประชุมรัฐมนตรีพลังงานกลุ่ม G20 ที่เมืองฮิวสตัน ซึ่งเป็นเวทีที่เจ้าหน้าที่ระดับโลกจะหารือในประเด็นความมั่นคงทางพลังงาน การขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าหลัก และประสิทธิภาพด้านกฎระเบียบ
รายละเอียดการยกเลิกกฎระเบียบ
กฎระเบียบใหม่นี้จะยกเลิกมาตรการที่เคยบังคับใช้ในสมัยรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ปรอท และมลพิษทางอากาศอื่นๆ จากโรงไฟฟ้า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสนอแผนการยกเลิกนี้ครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่ากฎระเบียบเดิมเป็นอุปสรรคต่อการผลิตพลังงาน
นายลี เซลดิน ผู้บริหารของ EPA กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทต่างๆ ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 120 ล้านดอลลาร์ต่อปี
ผลกระทบต่อนโยบายสิ่งแวดล้อม
Adกฎระเบียบเดิมของรัฐบาลไบเดนถูกออกแบบมาเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 1 พันล้านเมตริกตัน ภายในปี 2047 ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากภาคการผลิตไฟฟ้ามีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกือบหนึ่งในสี่ของสหรัฐฯ ทั้งหมด
กลุ่มพิทักษ์สิ่งแวดล้อมได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจครั้งนี้อย่างรุนแรง โดยระบุว่าความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขจะมีมูลค่าสูงกว่าต้นทุนที่ประหยัดได้ แม็กกี้ โคลเตอร์ ทนายความจากสถาบันกฎหมายภูมิอากาศ ศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพ กล่าวว่า "การเพิกเฉยต่อมลพิษด้านสภาพอากาศที่คิดเป็นหนึ่งในสี่ของประเทศนั้นเป็นการกระทำที่ประมาทอย่างยิ่ง" ซึ่งจะนำไปสู่ความสูญเสียจากคลื่นความร้อน พายุ และไฟป่าที่รุนแรงขึ้น
นัยสำคัญต่อนักลงทุน
สำหรับนักลงทุน การเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งนี้ส่งสัญญาณถึงการสนับสนุนอุตสาหกรรมพลังงานฟอสซิลอย่างชัดเจน ซึ่งอาจส่งผลบวกต่อหุ้นของบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินและก๊าซในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การยกเลิกกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมอาจสร้างความเสี่ยงด้านกฎระเบียบในระยะยาว และอาจไม่สอดคล้องกับแนวโน้มการลงทุนทั่วโลกที่มุ่งเน้นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มากขึ้น
Read next
More on สินค้าโภคภัณฑ์
ดัชนี Baltic Dry ปรับตัวขึ้น รับอานิสงส์ค่าระวางเรือ Capesize แข็งแกร่ง
ดัชนีค่าระวางเรือเทกองบอลติกปรับตัวสูงขึ้น โดยได้แรงหนุนหลักจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นสำหรับเรือขนาดเคปไซส์ ซึ่งได้รับผลดีจากการสั่งซื้อแร่เหล็กของจีนก่อนช่วงวันหยุดยาว

ราคาทองแดงดีดตัวขึ้น หลังผู้ซื้อชาวจีนกลับเข้าช้อนซื้อช่วงราคาปรับฐาน
ราคาทองแดงในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งของผู้ซื้อชาวจีนที่กลับเข้าสู่ตลาด หลังจากราคาลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเร็วๆ นี้

ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน หนุนยอดสั่งต่อเรือบรรทุกน้ำมันยักษ์ใหญ่พุ่งสูงสุดในรอบ 25 ปี
ยอดสั่งต่อเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่พิเศษ (VLCC) ในปีนี้พุ่งขึ้นกว่าสองเท่าของปีก่อน คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบอย่างน้อย 25 ปี อันเนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ส่งผลให้เส้นทางการค้าพลังงานโลกต้องเปลี่ยนแปลง

สหรัฐฯ อนุมัติเงินกู้ 414 ล้านดอลลาร์ให้โครงการยูเรเนียมในไนเจอร์ พลิกฟื้นความสัมพันธ์หลังถอนทหาร
รัฐบาลสหรัฐฯ อนุมัติเงินกู้มูลค่าสูงถึง 414 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้กับโครงการเหมืองยูเรเนียมของบริษัทแคนาดาในไนเจอร์ ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการเข้าถึงแร่ธาตุสำคัญและฟื้นฟูความสัมพันธ์หลังไนเจอร์สั่งถอนทหารอเมริกัน