Story
Tesco พิจารณาขายกิจการในยุโรปกลางและตะวันออก ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและกำไรที่ลดลง

Summary
มีรายงานว่า Tesco กำลังพิจารณาขายธุรกิจค้าปลีกในยุโรปกลางและตะวันออก ซึ่งประกอบด้วยสาขา 561 แห่งใน 3 ประเทศ ด้านนักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley ชี้ว่าธุรกิจส่วนนี้มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าศักยภาพและเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง
Financial Times รายงานว่า Tesco (TSCO) กำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการขายกิจการในภูมิภาคยุโรปกลางและตะวันออก อย่างไรก็ตาม ทาง Tesco ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อรายงานข่าวดังกล่าว
ภาพรวมธุรกิจและผลการดำเนินงาน
นักวิเคราะห์จาก Morgan Stanley ระบุว่า ธุรกิจในส่วนนี้สร้างรายได้ 4.6 พันล้านปอนด์ แต่มีกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) เพียง 115 ล้านปอนด์ ซึ่งคิดเป็น 6.3% และ 3.6% ของรายได้และกำไรทั้งกลุ่มตามลำดับ การดำเนินงานครอบคลุม 3 ประเทศ มีพนักงานกว่า 22,000 คน และมีสาขาทั้งหมด 561 แห่ง
- ฮังการี: ยอดขาย 1.62 พันล้านปอนด์
- สโลวาเกีย: ยอดขาย 1.45 พันล้านปอนด์
- สาธารณรัฐเช็ก: ยอดขาย 1.56 พันล้านปอนด์
ข้อมูลจาก Euromonitor ชี้ว่า Tesco มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 4 ในสาธารณรัฐเช็กและฮังการี และเป็นอันดับ 3 ในสโลวาเกีย อย่างไรก็ตาม บริษัทได้สูญเสียส่วนแบ่งการตลาดอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 3, 5 และ 10 ปีที่ผ่านมา
มุมมองนักวิเคราะห์ต่อความท้าทาย
AdMorgan Stanley ตั้งข้อสังเกตว่าธุรกิจส่วนนี้มีผลการดำเนินงานที่ "ต่ำกว่าศักยภาพ" เมื่อเทียบกับในอดีต โดยกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในปีงบประมาณ 2026 อยู่ที่ 264 ล้านปอนด์ ซึ่งลดลงจากระดับที่เคยสูงกว่า 300 ล้านปอนด์ในปีงบประมาณ 2022 และ 2023 นอกจากนี้ อัตรากำไร EBIT ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2.5% เทียบกับจุดสูงสุดในอดีตที่เคยสูงกว่า 4.3%
ภาวะการแข่งขันที่รุนแรงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ ตัวอย่างเช่น ในสาธารณรัฐเช็ก Schwarz Group ซึ่งเป็นผู้นำตลาด มีขนาดใหญ่กว่า Tesco ถึงประมาณ 4.4 เท่า
การประเมินมูลค่าและธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง
สำหรับมูลค่าสินทรัพย์ รายงานประจำปีของ Tesco ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2026 ประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ของสาขาต่างๆ ไว้ที่ 1.8 พันล้านปอนด์ เทียบกับมูลค่าตามบัญชีสุทธิที่ 1.4 พันล้านปอนด์ ซึ่งบ่งชี้ถึงส่วนเกินทุนจากการตีราคาสินทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ราว 400 ล้านปอนด์ ขณะที่ Morgan Stanley ประเมินว่าธุรกิจส่วนนี้มีหนี้สินตามสัญญาเช่า (IFRS16) ประมาณ 680 ล้านปอนด์
ในช่วงที่ผ่านมา การซื้อขายกิจการในกลุ่มค้าปลีกของยุโรปกลางและตะวันออกมีตัวคูณมูลค่ากิจการต่อกำไร (EV/EBITDA) อยู่ที่ระหว่าง 5 ถึง 7 เท่า โดย Ahold Delhaize ได้เข้าซื้อ Profi Rom ในปี 2023 ด้วยตัวคูณ 7 เท่า (หลังรวมผลประโยชน์ทางธุรกิจ) และ Carrefour ได้ขายธุรกิจในโรมาเนียไปด้วยตัวคูณประมาณ 6.5 เท่า