Story
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีดตัวแรงสวนทางเฟดขึ้นดอกเบี้ย น้ำมันร่วง-AI หนุน

Summary
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี แม้ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเชิงรุก โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงและมุมมองเชิงบวกต่ออุตสาหกรรม AI
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกอย่างแข็งแกร่งในวันพฤหัสบดี แม้จะเผชิญกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2023 ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เพียงหนึ่งวันก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนกำลังให้น้ำหนักกับปัจจัยอื่น ๆ ที่เข้ามาในตลาด ทั้งการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบและกระแสความเชื่อมั่นในหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กลับมาอีกครั้ง
ดัชนีหลักทั้งสามปิดในแดนบวก โดยดัชนี Nasdaq Composite นำตลาดด้วยการปรับขึ้น 1.7% ขณะที่ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.1% และดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดบวก 316 จุด หรือ 0.6% การปรับขึ้นของตลาดครั้งนี้กระจุกตัวอยู่ในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นหลัก โดยหุ้นอย่าง NVIDIA, Amazon, Microsoft, Intel และ AMD ต่างปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยหนุนตลาดสวนกระแสขึ้นดอกเบี้ย
การที่ตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรปรับตัวขึ้นพร้อมกันหลังการขึ้นดอกเบี้ยแบบ "สายเหยี่ยว" (Hawkish) ถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก โดยมีปัจจัยหนุนที่สำคัญหลายประการ
- ราคาน้ำมันดิบชะลอตัว: ราคาน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในระหว่างวันเป็นครั้งแรกในรอบเกือบหนึ่งสัปดาห์ หลังจากมีรายงานข่าวเกี่ยวกับความคืบหน้าทางการทูตในตะวันออกกลาง และการที่ซาอุดีอาระเบียเตรียมฟื้นฟูกำลังการผลิตบางส่วนได้เร็วกว่าที่คาด ซึ่งช่วยคลายความกังวลเรื่องอุปทานตึงตัวในระยะสั้น
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลง: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดที่ 5.02% มาอยู่ที่ 4.93% ซึ่งเป็นสัญญาณว่าตลาดได้ซึมซับการตัดสินใจของเฟดไปแล้ว และความไม่แน่นอนในภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคเริ่มลดลง
- กระแส AI กลับมาอีกครั้ง: หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้รับแรงหนุนโดยตรงจากคำกล่าวของซีอีโอ NVIDIA ที่คาดการณ์ว่ายอดขายชิปของบริษัทในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น สองเท่า ของปีนี้ ซึ่งช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อวงจรการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
มุมมองตลาด: ฟื้นตัวชั่วคราวหรือเปลี่ยนทิศทาง?
แม้ตลาดจะดีดตัวขึ้นอย่างน่าประทับใจ แต่นักวิเคราะห์ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับทิศทางในระยะต่อไป โดยมีทั้งมุมมองที่ระมัดระวังและมุมมองเชิงบวก
Adฝ่ายที่มองอย่างระมัดระวัง เช่น Jefferies อ้างอิงข้อมูลในอดีตที่ชี้ว่าผลตอบแทนของดัชนี S&P 500 มักจะเป็นลบในช่วง 1-3 เดือนแรกหลังการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรก ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นการดำเนินการเพื่อตอบสนองต่อข้อมูลเศรษฐกิจที่ร้อนแรงและราคาพลังงาน ซึ่งอาจมีความเสี่ยงที่เฟดจะดำเนินนโยบายช้ากว่าสถานการณ์
ในทางกลับกัน สถาบันการเงินรายใหญ่อย่าง Morgan Stanley, JPMorgan และ Goldman Sachs มองว่าตลาดได้ประเมินทิศทางนโยบายการเงินไปมากแล้ว และปัจจัยพื้นฐานอย่างผลประกอบการของบริษัทและการเติบโตทางเศรษฐกิจยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนหลัก โดย Goldman Sachs ระบุว่า "อัตราดอกเบี้ยสูงเป็นปัจจัยต้าน แต่ไม่ใช่ปัจจัยที่จะยุติภาวะตลาดกระทิง" ตราบใดที่การเติบโตของกำไรยังแข็งแกร่ง
ความเสี่ยงระยะสั้น: จับตา "Triple Witching Day"
สำหรับความเคลื่อนไหวในระยะสั้น ตลาดกำลังเผชิญกับความท้าทายจากวัน "Triple Witching Day" ในวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันที่สัญญาฟิวเจอร์สและออปชันของดัชนีและหุ้นรายตัวจะหมดอายุพร้อมกัน ซึ่งมักจะสร้างความผันผวนให้กับตลาด
ข้อมูลจาก Bluekurtic Market Insights ชี้ว่า นับตั้งแต่ปี 2012 ดัชนี S&P 500 ปิดลบในวัน Triple Witching Day ถึง 12 ครั้งจากทั้งหมด 14 ครั้ง นักสังเกตการณ์ตลาดเตือนว่าการหมดอายุของสัญญาออปชันมูลค่ามหาศาลอาจกระตุ้นให้เกิดความผันผวนในทิศทางขาลง และจะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับภาวะตลาดในเดือนกันยายน ซึ่งโดยปกติถือเป็นเดือนที่ท้าทายสำหรับตลาดหุ้นอยู่แล้ว
Read next
More on หุ้น
แหล่งข่าวระบุว่า Anthropic กำลังพิจารณาเปิดตัวโมเดล AI ใหม่เพื่อรับมือกับ OpenAI ก่อนการเสนอขายหุ้น IPO
มีรายงานว่าบริษัท Anthropic ผู้พัฒนา AI กำลังพิจารณาเปิดตัวโมเดลใหม่เพื่อแข่งขันกับความสำเร็จล่าสุดของ OpenAI ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในขณะที่บริษัทกำลังเตรียมตัวสำหรับการเสนอขายหุ้น IPO และหลังจากที่ซีอีโอของบริษัทได้สนับสนุนให้ชะลอการพัฒนา AI ลง

แหล่งข่าวระบุว่า พาราเมาท์และรัฐต่างๆ กำลังหารือเกี่ยวกับการกำกับดูแล CNN ในการเจรจาข้อตกลงควบรวมกิจการกับวอร์เนอร์ บราเธอร์ส
มีรายงานว่า Paramount และรัฐต่างๆ อีกกว่าสิบรัฐกำลังเจรจาเพื่อหาข้อตกลงในการเข้าซื้อกิจการ Warner Bros. Discovery มูลค่า 110 พันล้านดอลลาร์ โดยเงื่อนไขที่เป็นไปได้อาจรวมถึงการตรวจสอบอิสระของ CNN และข้อผูกพันในการฉายภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์

รัฐบาลทรัมป์ขยายเวลาการจำกัดวีซ่า H-1B ออกไปอีกหนึ่งปี
ทำเนียบขาวได้ขยายมาตรการจำกัดโครงการวีซ่า H-1B สำหรับผู้ที่ไม่ใช่ผู้อพยพ โดยยังคงนโยบายที่จำกัดความสามารถของบริษัทในสหรัฐฯ ในการจ้างแรงงานต่างชาติที่มีทักษะ

TD Cowen ยกให้ United และ American เป็นหุ้นสายการบินชั้นนำท่ามกลางความต้องการที่แข็งแกร่ง
บริษัทลงทุน TD Cowen ได้ยกให้สายการบิน United Airlines เป็นหุ้นเด่น โดยให้เหตุผลว่าความต้องการเดินทางที่แข็งแกร่งและการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ทำให้สายการบินมีความพร้อมรับมือกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้น