Story
S&P ปรับลดอันดับเครดิต Corteva สู่ 'BBB+' รับแผน Spin-off ธุรกิจเมล็ดพันธุ์

Summary
S&P Global Ratings ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของ Corteva Inc. ลงสู่ระดับ 'BBB+' จาก 'A-' เนื่องจากการเตรียมแยกธุรกิจเมล็ดพันธุ์ Vylor Inc. ที่มีกำไรสูงออกไป ซึ่งจะส่งผลให้ขนาดและความหลากหลายทางธุรกิจของบริษัทลดลง
S&P Global Ratings ได้ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัท Corteva Inc. (NYSE:CTVA) ลงสู่ระดับ 'BBB+' จากเดิมที่ระดับ 'A-' พร้อมทั้งถอดชื่อบริษัทออกจากบัญชีเครดิตพินิจแนวโน้มเป็นลบ (CreditWatch negative) การดำเนินการดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่บริษัทจะเสร็จสิ้นกระบวนการแยกธุรกิจ (spin-off) ธุรกิจเมล็ดพันธุ์ Vylor Inc. ในวันที่ 1 ตุลาคม 2026
เหตุผลเบื้องหลังการปรับลดอันดับ
การปรับลดอันดับเครดิตสะท้อนถึงการที่ Corteva จะแยกธุรกิจเมล็ดพันธุ์ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่าออกไป ซึ่งจะทำให้ขนาดโดยรวมและความหลากหลายทางธุรกิจของบริษัทลดลงอย่างมีนัยสำคัญ S&P ระบุว่าหลังจากการแยกธุรกิจ Corteva จะกลายเป็นบริษัทด้านผลิตภัณฑ์อารักขาพืช (crop protection) ที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก
จากข้อมูลทางการเงินที่ปรับปรุงแล้ว (pro forma) รายได้จากธุรกิจผลิตภัณฑ์อารักขาพืชในปี 2025 ของ Corteva อยู่ที่ 7.5 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 43% ของรายได้รวมก่อนการแยกธุรกิจ ขณะที่กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 1.35 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 34% ของ EBITDA ก่อนการแยกธุรกิจ
นโยบายการเงินและทิศทางในอนาคต
ในการประชุมนักลงทุนเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2026 ผู้บริหารของ Corteva ได้เปิดเผยนโยบายทางการเงิน โดยตั้งเป้าที่จะรักษาระดับหนี้สินต่อ EBITDA ไม่ให้เกิน 2.0 เท่า ตามการคำนวณของบริษัท นอกจากนี้ บริษัทยังคงมีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ โดยมีรายได้จากอเมริกาเหนือ 36%, ละตินอเมริกา 31%, ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา 21% และเอเชียแปซิฟิก 12%
AdCorteva ตั้งเป้าหมายการจัดสรรเงินทุนในช่วงปี 2027-2029 จากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่คาดว่าจะอยู่ที่ 2.2-2.6 พันล้านดอลลาร์ ดังนี้:
- ประมาณ 55% สำหรับการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) และการซื้อหุ้นคืน
- ประมาณ 20% สำหรับการจ่ายเงินปันผล
- ประมาณ 25% สำหรับรายจ่ายฝ่ายทุน (capital expenditure)
มุมมองและแนวโน้มจาก S&P
S&P ได้ให้แนวโน้มอันดับเครดิตของ Corteva อยู่ในระดับ "มีเสถียรภาพ" (Stable) ซึ่งสะท้อนความคาดหวังว่าบริษัทจะสามารถรักษาอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงาน (FFO) ต่อหนี้สินรวมไว้ได้ที่ช่วง 45% ถึง 60% S&P ยังได้ปรับลดอันดับหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันลงสู่ 'BBB+' และหุ้นบุริมสิทธิสู่ 'BBB-' ในขณะที่อันดับเครดิตระยะสั้นยังคงอยู่ที่ 'A-2'
ทั้งนี้ ภาระผูกพันเดิมต่างๆ เช่น ความรับผิดทางกฎหมายที่เกี่ยวกับสาร PFAS, ผลิตภัณฑ์อารักขาพืช และภาระเงินบำนาญที่ยังไม่ได้รับทุนสนับสนุนเพียงพอ จะยังคงอยู่กับ Corteva ต่อไป โดยในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม 2026 บริษัทได้จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนบำนาญและผลประโยชน์หลังการจ้างงานอื่นๆ รวมประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในส่วนนี้
Read next
More on หุ้น
Waymo เตรียมเปิดตัวบริการแท็กซี่ไร้คนขับในสิงคโปร์ปี 2028 รุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งแรก
Waymo ในเครือ Alphabet ประกาศแผนขยายบริการเรียกรถยนต์ไฟฟ้าไร้คนขับสู่สิงคโปร์ภายในปี 2028 ซึ่งนับเป็นการเข้าสู่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรก โดยจะเริ่มนำรถยนต์เข้ามาทดสอบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

หุ้น Generac พุ่ง 18% หลังคว้าดีล 8 พันล้านดอลลาร์จาก Amazon
ราคาหุ้น Generac Holdings พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง หลังประกาศข้อตกลงครั้งสำคัญมูลค่าสูงสุด 8 พันล้านดอลลาร์ เพื่อจัดหาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองให้กับศูนย์ข้อมูลของ Amazon ตอกย้ำสถานะในฐานะผู้เล่นหลักด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI

อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านสหรัฐฯ พุ่งต่อเนื่องใกล้ 7% กดดันตลาดอสังหาฯ หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย
อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านสหรัฐฯ ประเภทคงที่ 30 ปี ปรับตัวสูงขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน แตะระดับ 6.95% การปรับขึ้นนี้เกิดขึ้นหลังเฟดประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย สร้างแรงกดดันต่อกำลังซื้อและอาจทำให้การฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยล่าช้าออกไป

ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ย่อตัวลง หลังวอลล์สตรีทพุ่งแรงขานรับราคาน้ำมันและบอนด์ยีลด์ที่อ่อนตัว
ดัชนีฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเล็กน้อย หลังจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดบวกอย่างแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงหลังการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ