Story

JPMorgan ชี้ นโยบายเทรด Bitcoin ของ MicroStrategy สร้างความเสี่ยงต่อตลาดในวงกว้าง

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 11, 20261 min read
JPMorgan ชี้ นโยบายเทรด Bitcoin ของ MicroStrategy สร้างความเสี่ยงต่อตลาดในวงกว้าง

Summary

JPMorgan แสดงความกังวลว่าการที่ MicroStrategy เปลี่ยนกลยุทธ์จาก 'ซื้อและถือ' มาเป็นการอนุญาตให้ขาย Bitcoin ได้นั้น อาจสร้างความไม่แน่นอนและความเสี่ยงให้กับตลาดคริปโตโดยรวม เนื่องจากสถานะของบริษัทในฐานะผู้ถือรายใหญ่

Text size
Background

JPMorgan Chase & Co. ได้แสดงความเห็นว่ากลยุทธ์การซื้อขาย Bitcoin ใหม่ของ MicroStrategy ซึ่งอนุญาตให้บริษัทสามารถขายเหรียญเพื่อจัดการปัญหาสภาพคล่องได้นั้น กำลังสร้างความเสี่ยงใหม่ๆ ให้กับตลาดสกุลเงินดิจิทัลในวงกว้าง การเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ถือเป็นการเปลี่ยนจากแนวทาง "ซื้อและถือ" (buy-and-hold) ที่บริษัทเคยยึดมั่นมาโดยตลอด

การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ

เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา MicroStrategy ได้ประกาศกรอบการทำงาน "Digital Credit Capital Framework" และอนุมัติโครงการสร้างรายได้จาก Bitcoin มูลค่า 1.25 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงจากกลยุทธ์เดิมอย่างชัดเจน นอกจากนี้ บริษัทยังได้อนุมัติการซื้อคืนหุ้นบุริมสิทธิและหุ้นสามัญเพื่อปรับโครงสร้างเงินทุนให้เหมาะสมที่สุด

การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทเปิดเผยในเอกสารที่ยื่นเมื่อวันที่ 1 มิถุนายนว่า ได้ขาย Bitcoin จำนวน 32 BTC ในช่วงระหว่างวันที่ 26-31 พฤษภาคม เพื่อนำเงินไปจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ราคา Bitcoin ปรับตัวลดลง

JPMorgan ชี้ความเสี่ยงและความไม่แน่นอน

Sample IUX Markets – In-articleAd

Nikolaos Panigirtzoglou นักวิเคราะห์ของ J.P. Morgan ระบุว่า นโยบายใหม่นี้สร้าง "ความเสี่ยงด้านกระแสเงินทุนสองทิศทาง" (two-way flow risk) สำหรับ Bitcoin และเพิ่มความไม่แน่นอนในตลาดคริปโต เนื่องจาก MicroStrategy เป็นผู้เล่นรายใหญ่ โดยการเข้าซื้อ Bitcoin ของบริษัทมูลค่า 13.7 พันล้านดอลลาร์ ในปีนี้ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 70% ของกระแสเงินทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวมที่ J.P. Morgan ประเมินไว้ และปัจจุบันบริษัทถือครอง Bitcoin คิดเป็น 4% ของอุปทานทั้งหมด

นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า แม้การขายสินทรัพย์เพื่อจ่ายเงินปันผลจะเป็นเรื่องปกติสำหรับบริษัทส่วนใหญ่ แต่สำหรับ MicroStrategy ซึ่งมีสถานะเป็นผู้ซื้อและผู้ถือรายใหญ่ การขายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตกลับสร้างความไม่แน่นอน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าของบริษัทเอง และเพิ่มต้นทุนในการออกหุ้นและตราสารหนี้เพื่อซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมในอนาคต

มุมมองต่อนักลงทุน

J.P. Morgan ประเมินว่า MicroStrategy จำเป็นต้องมีเงินสดสำรองที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและเงินปันผลในระดับที่สูงขึ้น หรือประมาณ 24 ถึง 36 เดือน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนว่าบริษัทจะไม่จำเป็นต้องขาย Bitcoin ออกมาในอนาคตอันใกล้ ปัจจุบันบริษัทมีเงินสดสำรอง 2.55 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้ประมาณ 17 เดือน

Back to latest news

LATEST