Story
Kepler ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น Tele2 ชี้กระแสเงินสดแข็งแกร่งและโอกาสจากการควบรวมกิจการ

Summary
Kepler Cheuvreux ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น Tele2 เป็น "ซื้อ" จากเดิม "ถือ" หลังราคาหุ้นปรับตัวลดลง ชี้เป็นโอกาสเข้าลงทุนในบริษัทที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่งและมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากการควบรวมกิจการในสวีเดน
Kepler Cheuvreux บริษัทโบรกเกอร์ ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำการลงทุนในหุ้นของ Tele2 ผู้ให้บริการโทรคมนาคมสัญชาติสวีเดน ขึ้นเป็น "ซื้อ" (Buy) จากเดิม "ถือ" (Hold) โดยยังคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 195 โครนาสวีเดน (SEK) การปรับคำแนะนำครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากราคาหุ้นของ Tele2 ปรับตัวลดลง 13% นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายน ซึ่ง Kepler มองว่าเป็นจุดที่น่าสนใจในการเข้าลงทุน
Kepler ให้เหตุผลว่า Tele2 เป็นบริษัทที่มีความมั่นคง (defensive) สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ และมีสถานะทางการเงินที่น่าดึงดูด นอกจากนี้ บริษัทยังมีโอกาสเติบโตจากการควบรวมกิจการในตลาดโทรคมนาคมของสวีเดน ซึ่ง Kepler มองว่า Tele2 เป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนที่สุด เนื่องจากธุรกิจในสวีเดนคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 80% ของมูลค่าบริษัท
ปัจจัยบวกอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การที่บริษัท Freya เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน Tele2 หรือยื่นข้อเสนอซื้อกิจการทั้งหมด รวมถึงการเข้าซื้อกิจการในกลุ่มธุรกิจโทรศัพท์พื้นฐาน (fixed-line) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของบริษัท ในทางกลับกัน หากไม่มีการควบรวมกิจการเกิดขึ้น Kepler คาดว่า Tele2 อาจคืนกำไรให้แก่ผู้ถือหุ้นผ่านการจ่ายเงินปันผลพิเศษ ซึ่งอาจมีมูลค่า 5-10 โครนาสวีเดนต่อหุ้นต่อปี
Adอย่างไรก็ตาม Kepler ยังได้ระบุถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น การที่นักลงทุนลดความน่าสนใจในหุ้นกลุ่มปลอดภัย, การควบรวมกิจการที่ไม่สร้างมูลค่า, แรงผลักดันในการควบรวมกิจการที่ลดลง และการเติบโตที่ต่ำกว่าคาดการณ์ ในส่วนของการบริหารงาน Nicholas Högberg ได้เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่ง Kepler เชื่อว่าความเสี่ยงในช่วงเปลี่ยนผ่านมีจำกัด เนื่องจากประสบการณ์เดิมของเขาใน Tele2
สำหรับการคาดการณ์ผลประกอบการในไตรมาสที่ 2 Kepler คาดว่ารายได้จากการให้บริการแก่ผู้ใช้ปลายทางจะเติบโต 3.2% และกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDAaL) จะเติบโตประมาณ 5% ขณะที่ในระยะยาวช่วงปี 2025-2028 คาดว่ารายได้จากการให้บริการจะเติบโตเฉลี่ย 3% ต่อปี ส่วน EBITDAaL และกระแสเงินสดอิสระจะเติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปี