Story
การแทรกแซงร่วมสหรัฐฯ-ญี่ปุ่นอาจเป็น 'จุดเปลี่ยน' ค่าเงินเยน - Eurizon ชี้ USD/JPY ใกล้ถึงจุดสูงสุดแล้ว

Summary
การแทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราร่วมกันระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นครั้งประวัติศาสตร์ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับค่าเงินเยน โดยสถาบันการเงินคาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์เทียบกับเยนได้แตะจุดสูงสุดแล้ว และมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในระยะยาว
การดำเนินการแทรกแซงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราร่วมกันซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนักระหว่างสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น กำลังเปลี่ยนแปลงมุมมองของตลาดต่อทิศทางค่าเงินเยนในระยะยาว โดย Eurizon SLJ Capital บริษัทจัดการสินทรัพย์ชั้นนำมองว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจเป็น “จุดเปลี่ยนที่สำคัญ” และมีความเป็นไปได้สูงที่อัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์สหรัฐต่อเยน (USD/JPY) ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว
การแทรกแซงครั้งประวัติศาสตร์ส่งสัญญาณเปลี่ยนทิศทาง
Stephen Jen ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Eurizon SLJ Capital และ Joana Freire นักเศรษฐศาสตร์ของบริษัท ระบุในรายงานถึงลูกค้าว่า การแทรกแซงครั้งนี้ถือเป็นการซื้อเงินเยนร่วมกันของทั้งสองประเทศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 โดยมีเป้าหมายเพื่อหยุดยั้งการอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องของเงินเยน
รายงานระบุว่า สัญญาณสำคัญที่สุดจากการดำเนินการครั้งนี้คือ ทั้งสหรัฐฯ และญี่ปุ่นต่างแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนในการผลักดันให้ค่าเงิน USD/JPY ปรับตัวลดลง ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองจึงเชื่อว่า “มีความเป็นไปได้สูงมากที่ (USD/JPY) จะได้แตะจุดสูงสุดไปแล้ว” และลดโอกาสที่เงินเยนจะกลับไปอ่อนค่าใกล้ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 40 ปีที่เคยทำไว้ก่อนหน้านี้
บริบทตลาดและแรงจูงใจเบื้องหลัง
ก่อนหน้านี้ เงินเยนเผชิญแรงกดดันจากการอ่อนค่าอย่างหนัก เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่กว้างระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ซึ่งจูงใจให้นักลงทุนชาวญี่ปุ่นนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศ ส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยน USD/JPY พุ่งขึ้นไปเกือบถึงระดับ 164 เยนต่อดอลลาร์ในเดือนที่ผ่านมา
Adนักวิเคราะห์บางส่วนในวอลล์สตรีทมองว่า การที่สหรัฐฯ เข้าร่วมการแทรกแซงครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเพื่อรักษาเสถียรภาพของเงินเยนเท่านั้น แต่อาจเกี่ยวข้องกับตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ด้วย เนื่องจากหากเงินเยนอ่อนค่าลงอย่างรุนแรงต่อไป ญี่ปุ่นอาจจำเป็นต้องขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ถือครองอยู่ออกมาเพื่อระดมทุนในการแทรกแซง ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อตลาดและผลักดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯ สูงขึ้นไปอีก
ผลกระทบและแนวโน้มในอนาคต
หลังการแทรกแซง ค่าเงินเยนดีดตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และข้อมูลจากคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าของสหรัฐฯ (CFTC) ณ วันที่ 4 สิงหาคม แสดงให้เห็นว่ากองทุนเฮดจ์ฟันด์ได้ลดสถานะการเก็งกำไรว่าเงินเยนจะอ่อนค่าลง (short position) ซึ่งสะท้อนว่านักลงทุนเริ่มประเมินความเสี่ยงในการขายเงินเยนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ค่าเงินได้อ่อนตัวกลับมาบ้าง โดยปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 159.30 เยนต่อดอลลาร์
ในมุมมองระยะกลางถึงยาว Eurizon คาดการณ์ว่าเงินเยนมีแนวโน้มที่จะแข็งค่าขึ้นไปสู่ระดับประมาณ 125 เยนต่อดอลลาร์ในที่สุด แม้จะไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น จะหมายถึงการแข็งค่าขึ้นกว่า 20% จากระดับปัจจุบัน ทั้งนี้ ตลาดจะยังคงจับตาท่าทีของทั้งสองประเทศว่าจะมีการแทรกแซงเพิ่มเติมหรือไม่ ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินที่จะส่งผลต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
Read next
More on ฟอเร็กซ์
ดอลลาร์แคนาดาอ่อนค่า หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยและส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงิน
ค่าเงินดอลลาร์แคนาดาอ่อนตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 เดือนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับขึ้นอีกครั้งในปีนี้

UBS คาด EUR/CHF มีโอกาสทดสอบ 0.96 เหตุฟรังก์สวิสเสียเปรียบด้านผลตอบแทน
ยูบีเอสคาดการณ์ว่าค่าเงินยูโรอาจแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสสู่ระดับ 0.96 เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่กว้างขึ้น และคาดว่าธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์จะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้

Citi ชี้เงินปอนด์แข็งค่าระยะสั้น ก่อนเผชิญความเสี่ยงงบประมาณเดือนตุลาคม
Citi คาดการณ์ว่าเงินปอนด์อาจแข็งค่าขึ้นในระยะสั้นก่อนการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ แต่เตือนว่าการแข็งค่านี้จะไม่ยั่งยืน เนื่องจากตลาดจะหันไปจับตาความเสี่ยงด้านการคลังจากงบประมาณที่จะประกาศในเดือนตุลาคม

เงินปอนด์ร่วง รับแรงกดดันเฟดจ่อขึ้นดอกเบี้ย-เงินเฟ้ออังกฤษพุ่ง
ค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิงปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่ตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงขึ้นของอังกฤษกลับไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นให้ธนาคารกลางอังกฤษต้องเร่งคุมเข้มนโยบาย