Story
Jefferies ปรับเพิ่มอันดับ Friedrich Vorwerk ชี้ราคาหุ้นร่วงหนักจำกัดความเสี่ยงด้านมูลค่า

Summary
Jefferies ปรับเพิ่มอันดับความน่าลงทุนของ Friedrich Vorwerk เป็น 'ถือ' จาก 'ต่ำกว่าตลาด' หลังราคาหุ้นร่วงลงอย่างหนักกว่า 40% โดยมองว่าความเสี่ยงด้านมูลค่าในปัจจุบันมีจำกัด แม้จะมีความท้าทายจากนโยบายโครงข่ายไฟฟ้าของเยอรมนี
บริษัทหลักทรัพย์ Jefferies ได้ปรับเพิ่มอันดับความน่าลงทุนของหุ้น Friedrich Vorwerk Group SE บริษัทโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของเยอรมนี ขึ้นเป็น "ถือ" (Hold) จากเดิม "ต่ำกว่าตลาด" (Underperform) หลังจากราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงประมาณ 40% จากจุดสูงสุดในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางคำถามเกี่ยวกับความยั่งยืนของการเติบโตของกำไร
การประเมินมูลค่าสะท้อนความเสี่ยง
Jefferies ยังคงราคาเป้าหมายไว้ที่ €65 ต่อหุ้นโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงประมาณการ และให้เหตุผลว่าในปัจจุบันมองเห็นความเสี่ยงด้านมูลค่า (valuation downside) ที่จำกัดจากระดับราคาปัจจุบัน นักวิเคราะห์ Martin Comtesse ระบุว่าราคาหุ้นของ Friedrich Vorwerk ได้ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา
ปัจจุบัน หุ้นซื้อขายที่อัตราส่วน EV/EBITDA ที่ 6.7 เท่า หรืออัตราส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้า (Forward P/E) สำหรับปีงบประมาณ 2026 ที่ 14 เท่า ซึ่ง Jefferies มองว่าเป็นระดับที่ "สะท้อนความเสี่ยงที่สูงขึ้นอย่างเป็นธรรมแล้ว" Jefferies คาดการณ์ว่าในปี 2026 EBITDA จะเติบโต 8% และกำไรต่อหุ้น (EPS) จะเติบโต 5%
ความท้าทายจากนโยบายโครงข่ายไฟฟ้า
ความเสี่ยงสำคัญมาจากสภาผู้แทนราษฎรเยอรมนี (Bundestag) ที่อนุมัติกฎหมายเปลี่ยนแปลงนโยบายโครงข่ายสายส่งไฟฟ้าแรงสูงกระแสตรง (HVDC) โดยให้ความสำคัญกับการก่อสร้างแบบสายส่งเหนือดิน (overhead lines) แทนที่สายเคเบิลใต้ดิน (underground cables) เพื่อลดต้นทุนและเร่งรัดกระบวนการก่อสร้าง
AdJefferies ระบุว่าปัจจุบัน มากกว่า 60% ของปริมาณงานในมือ (order backlog) ของ Friedrich Vorwerk เป็นโครงการด้านไฟฟ้า ซึ่งประมาณครึ่งหนึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับสายเคเบิลใต้ดิน แม้โครงการที่มีในมือแล้วจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่โครงการในอนาคตมีแนวโน้มที่จะเปิดประมูลในรูปแบบสายส่งเหนือดิน ซึ่งเป็นส่วนที่บริษัทยังไม่มีความเชี่ยวชาญ
สถานการณ์จำลองและแนวโน้มในอนาคต
Jefferies ได้วางสถานการณ์จำลองสำหรับมูลค่าที่เหมาะสมของบริษัทไว้ 3 กรณี:
- กรณีพื้นฐาน (Base Case): ราคาเป้าหมาย €65 ต่อหุ้น โดยอิงจากการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 10% ต่อปีในช่วงปี 2025-2028 และอัตรากำไร EBITDA ที่ 21%
- กรณีดีที่สุด (Upside Scenario): ราคาเป้าหมาย €98 ต่อหุ้น หากมีการเติบโตในระดับสิบกลางๆ (mid-teens) และอัตรากำไร EBITDA อยู่ในระดับยี่สิบกลางๆ (mid-20s)
- กรณีแย่ที่สุด (Downside Scenario): ราคาเป้าหมาย €50 ต่อหุ้น หากรายได้ไม่เติบโตและไม่มีการปรับปรุงอัตรากำไรอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ บริษัทยังได้เริ่มใช้หุ่นยนต์เชื่อมอัตโนมัติในเอเชียกลางเพื่อขยายเครือข่ายท่อส่งก๊าซของคาซัคสถาน ซึ่งฝ่ายบริหารคาดว่าอาจสร้างรายได้ในระยะยาวสูงถึง 50 ล้านยูโร หากบริษัทสามารถขยายธุรกิจส่วนนี้เข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ได้สำเร็จ
Read next
More on หุ้น
แหล่งข่าวระบุว่า พาราเมาท์และรัฐต่างๆ กำลังหารือเกี่ยวกับการกำกับดูแล CNN ในการเจรจาข้อตกลงควบรวมกิจการกับวอร์เนอร์ บราเธอร์ส
มีรายงานว่า Paramount และรัฐต่างๆ อีกกว่าสิบรัฐกำลังเจรจาเพื่อหาข้อตกลงในการเข้าซื้อกิจการ Warner Bros. Discovery มูลค่า 110 พันล้านดอลลาร์ โดยเงื่อนไขที่เป็นไปได้อาจรวมถึงการตรวจสอบอิสระของ CNN และข้อผูกพันในการฉายภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์

รัฐบาลทรัมป์ขยายเวลาการจำกัดวีซ่า H-1B ออกไปอีกหนึ่งปี
ทำเนียบขาวได้ขยายมาตรการจำกัดโครงการวีซ่า H-1B สำหรับผู้ที่ไม่ใช่ผู้อพยพ โดยยังคงนโยบายที่จำกัดความสามารถของบริษัทในสหรัฐฯ ในการจ้างแรงงานต่างชาติที่มีทักษะ

TD Cowen ยกให้ United และ American เป็นหุ้นสายการบินชั้นนำท่ามกลางความต้องการที่แข็งแกร่ง
บริษัทลงทุน TD Cowen ได้ยกให้สายการบิน United Airlines เป็นหุ้นเด่น โดยให้เหตุผลว่าความต้องการเดินทางที่แข็งแกร่งและการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่ทำให้สายการบินมีความพร้อมรับมือกับต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นและค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้น

การไถ่ถอนกองทุน Morgan Stanley Private Credit Fund ยังคงอยู่ในระดับสูงในไตรมาสที่สาม
นักลงทุนในกองทุน North Haven Private Income Fund ของ Morgan Stanley ขอถอนหุ้นคิดเป็น 11.4% ในไตรมาสที่สาม ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากช่วงก่อนหน้า เนื่องจากกองทุนกำลังดำเนินการตามคำขอไถ่ถอนที่ค้างอยู่