Story

Goldman Sachs ชี้ทิศทางดอกเบี้ย Fed เป็นความเสี่ยงหลักของตลาดหุ้นสหรัฐฯ

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 12, 20261 min read
ใช้ AI ช่วย ตรวจโดยบรรณาธิการอ้างอิงจาก Investing.comตรวจสอบโดย TrustFinance
Goldman Sachs ชี้ทิศทางดอกเบี้ย Fed เป็นความเสี่ยงหลักของตลาดหุ้นสหรัฐฯ
Text size
Background

Goldman Sachs ระบุว่าทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเงินเฟ้อในสัปดาห์นี้ ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญสำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ และอาจบดบังแนวโน้มผลประกอบการไตรมาสล่าสุดที่คาดว่าจะยังคงแข็งแกร่ง

มุมมองต่อเงินเฟ้อและนโยบาย Fed

Goldman Sachs คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) เดือนมิถุนายนจะเพิ่มขึ้น 0.17% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) จะลดลง 0.11% จากราคาพลังงานที่ปรับตัวลง

แม้ว่าทางธนาคารจะคาดการณ์ว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตลอดทั้งปีนี้ แต่ตลาดกลับคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเกือบ 50 basis points (0.50%) ภายในกลางปี 2027 ความแตกต่างของมุมมองนี้ถือเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อตลาดหุ้น ก่อนการเปิดเผยตัวเลข CPI และการประชุมนโยบายของ Fed ในวันที่ 28-29 กรกฎาคม

ผลกระทบต่อตลาดหุ้นและมุมมองในอดีต

รายงานระบุว่าการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมของ Fed จะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นโดยตรง เนื่องจากจะลดทอนความคาดหวังการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเพิ่มต้นทุนทางการเงิน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคที่การลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วย AI ต้องใช้เงินทุนสูง

Sample IUX Markets – In-articleAd

ข้อมูลในอดีตชี้ว่า ดัชนี S&P 500 มักจะปรับตัวลดลงในช่วงเริ่มต้นของวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ย โดยมีค่าเฉลี่ยลดลง 2% ในช่วง 3 เดือนแรก อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนในระยะ 12 เดือนถัดมามักเป็นบวก โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 9% ยกเว้นในวัฏจักรปี 2022

ในทางกลับกัน Goldman Sachs ตั้งข้อสังเกตว่า หากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาต่ำกว่าคาด ก็อาจเปิดช่องให้เกิด "Relief Rally" หรือการดีดตัวขึ้นของตลาดได้ เนื่องจากนักลงทุนจะคาดหวังว่า Fed จะมีท่าทีผ่อนคลายด้านนโยบายมากขึ้น

กลุ่มที่น่าจับตาและความผันผวนของตลาด

ข้อมูลจากตลาดออปชันบ่งชี้ว่า ดัชนี S&P 500 อาจเคลื่อนไหวประมาณ 0.8% หลังการประกาศตัวเลข CPI และอาจเคลื่อนไหวราว 1.1% ตลอดทั้งสัปดาห์

ในแง่ของรายกลุ่ม Goldman Sachs คาดว่าบริษัทที่มีงบดุลอ่อนแอและมีหนี้สินอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูงจะมีความอ่อนไหวเป็นพิเศษต่อการเปลี่ยนแปลงของความคาดหวังด้านอัตราดอกเบี้ย ในอดีต หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมักจะทำผลงานได้ดีกว่าตลาด (outperform) ในขณะที่หุ้นกลุ่มการเงินมักจะทำผลงานได้ต่ำกว่าตลาด (underperform) ในช่วงแรกของวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ย

Back to latest news

LATEST