Story
ราคาทองคำฟื้นตัว: วิเคราะห์ปัจจัยหนุนและปัจจัยกดดัน หลังร่วงแรงจากจุดสูงสุด

Summary
ราคาทองคำดีดตัวขึ้นในวันนี้ แต่ยังคงอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์อย่างมีนัยสำคัญ สร้างความขัดแย้งระหว่างปัจจัยพื้นฐานระยะยาวที่แข็งแกร่งกับสัญญาณทางเทคนิคระยะสั้นที่ยังคงอ่อนแอ
ราคาทองคำสปอต (XAU/USD) ดีดตัวขึ้นมาซื้อขายที่ $4,156.51 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นประมาณ +1.94% ในวันนี้ แต่ยังคงเป็นการฟื้นตัวท่ามกลางการปรับฐานที่รุนแรง โดยราคายังอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลที่ $5,595.46 ถึง -25.7% สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนเผชิญกับภาวะที่ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวยังคงเป็นบวก สวนทางกับสัญญาณทางเทคนิคระยะสั้นที่บ่งชี้ถึงแรงกดดัน
สัญญาณทางเทคนิคที่ขัดแย้ง
ความตึงเครียดสำคัญสำหรับนักลงทุนในขณะนี้คือสัญญาณที่ขัดแย้งกันระหว่างกราฟรายวันและรายสัปดาห์ กราฟรายวันเริ่มแสดงสัญญาณฟื้นตัวด้วยรูปแบบแท่งเทียนที่เป็นบวก แต่ภาพรวมในรายสัปดาห์ยังคงบ่งชี้ถึงแนวโน้มขาลงที่ชัดเจน
- กราฟรายวัน: เริ่มส่งสัญญาณ 'ซื้อ' โดยมีดัชนี RSI อยู่ในระดับที่เป็นกลาง และเกิดรูปแบบแท่งเทียนกลับตัวเป็นขาขึ้น
- กราฟรายสัปดาห์: ยังคงส่งสัญญาณ 'ขาย' อย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนีทางเทคนิคสำคัญอย่าง MACD ยังคงติดลบอย่างหนัก และ ADX ที่ระดับ 49 ชี้ว่าแนวโน้มขาลงยังคงแข็งแกร่ง การฟื้นตัวในระยะสั้นจึงมีความเสี่ยงที่จะเป็นเพียงการดีดตัวชั่วคราว (False Dawn) ท่ามกลางแนวโน้มขาลงในภาพใหญ่
ปัจจัยหนุนฝั่ง Bull
แม้ว่าภาพทางเทคนิคจะยังไม่ชัดเจน แต่มุมมองเชิงบวกต่อทองคำในระยะยาวยังคงได้รับแรงหนุนจากปัจจัยมหภาคหลายประการ:
Ad- แรงซื้อจากธนาคารกลาง: ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศเกาหลีใต้ได้ประกาศกรอบการเข้าซื้อทองคำในประเทศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม
- ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์: ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมาปะทุขึ้น ทั้งการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มฮูตี และความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ได้เพิ่มความน่าสนใจให้กับทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
- ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า: ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) ที่เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 100 ถือเป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างต่อราคาทองคำ
ปัจจัยกดดันฝั่ง Bear
อย่างไรก็ตาม ฝั่งที่มองว่าราคาทองคำยังมีความเสี่ยงก็มีเหตุผลที่น่าพิจารณาเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากนโยบายการเงินและตลาดพันธบัตร
- โอกาสการขึ้นดอกเบี้ย: ตลาดได้ประเมินโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้าไว้ที่ 34% ซึ่งอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งสูง: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี (10-year Treasury yield) เพิ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันโดยตรงต่อราคาทองคำ
- แนวต้านทางเทคนิค: Tony Sycamore นักวิเคราะห์จาก IG ชี้ว่า ราคาทองคำจำเป็นต้องยืนเหนือแนวต้านสำคัญที่ $4,202 (จุดสูงสุดช่วงต้นเดือนกรกฎาคม) ให้ได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดทางไปสู่เป้าหมายถัดไปที่บริเวณเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันใกล้ระดับ $4,495 ในขณะที่แนวรับสำคัญอยู่ที่ $3,942 (จุดต่ำสุดช่วงปลายเดือนมิถุนายน)
โดยสรุป ปัจจัยขับเคลื่อนราคาทองคำในระยะยาว เช่น การกระจายความเสี่ยงของธนาคารกลางและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงแข็งแกร่ง แต่ภาพทางเทคนิคในระยะสั้นยังคงอ่อนแอและมีความไม่แน่นอนจากนโยบายของเฟด ดังนั้น กลยุทธ์การทยอยเข้าสะสมอาจเป็นทางเลือกที่รอบคอบกว่าการลงทุนเต็มจำนวนในครั้งเดียว
Read next
More on สินค้าโภคภัณฑ์
การประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-จีน จะหารือเกี่ยวกับข้อพิพาทด้านสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญในภาคเกษตรกรรมและพลังงาน
คาดว่าการประชุมที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขข้อพิพาททางการค้าที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ ภาษีพลังงานของจีน และการจัดหาวัตถุดิบหายากที่สำคัญ

ซิตี้เตือนว่านโยบายแข็งกร้าวของเฟดอาจคุกคามการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์
รายงานล่าสุดจาก Citi Research เตือนว่า นโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจกดดันตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ และทำให้เศรษฐกิจโดยรวมพึ่งพาการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างอันตราย

คณะกรรมการบริหารของ Petrobras อนุมัติการเข้าร่วมโครงการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลของรัฐบาล
บริษัทน้ำมันของรัฐบาลบราซิลอย่างเปโตรบราส จะเข้าร่วมโครงการใหม่ของรัฐบาลที่ให้เงินอุดหนุนดีเซลลิตรละ 1.00 เรียล ซึ่งเป็นมาตรการที่มุ่งเป้าไปที่การรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะมาถึง

ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง หลังจีนเรียกร้องให้อิหร่านลดการโจมตีโรงงานของซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มฮูตี
ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าลดลงในวันศุกร์ หลังจากมีรายงานว่าจีนตามคำขอของซาอุดีอาระเบีย กดดันอิหร่านให้ควบคุมการโจมตีของกลุ่มฮูตี ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลด้านอุปทานจากสถานการณ์ทางภูมิศาสตร์การเมือง อย่างไรก็ตาม การหยุดชะงักของท่อส่งและข้อจำกัดในการกลั่นยังคงสนับสนุนตลาดอยู่