Story
CHINT Electrics ยื่นไฟลิ่ง IPO ในฮ่องกง มุ่งจดทะเบียนสองตลาดแบบ 'A+H' ท่ามกลางการเติบโตและแรงกดดันด้านหนี้สิน

Zhejiang CHINT Electrics Co., Ltd. (正泰电器) บริษัทชั้นนำด้านอุปกรณ์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือกของจีนซึ่งจดทะเบียนในตลาด A-share ได้ยื่นเอกสารคำขอเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ต่อตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายเพื่อจดทะเบียนในสองตลาด (Dual Listing) ภายใต้โมเดล “A+H” การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและระบบไฟฟ้าอัจฉริยะทั่วโลก ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจของบริษัท
กลยุทธ์ขับเคลื่อนด้วยสองธุรกิจหลัก
CHINT Electrics ดำเนินธุรกิจโดยอาศัยสองแกนหลัก ได้แก่ ธุรกิจผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Electrics) และธุรกิจโซลูชันพลังงานสีเขียว (Green Energy) ซึ่งสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่ครบวงจรตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าไปจนถึงการใช้งานปลายทาง
- ธุรกิจไฟฟ้าอัจฉริยะ: บริษัทเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงดันต่ำระดับโลก โดยรายงานของ Frost & Sullivan ระบุว่าในปี 2025 บริษัทมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 5 ของโลก และเป็นอันดับ 2 ในประเทศจีน ความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากโครงการสมาร์ทกริดและศูนย์ข้อมูล AI คาดว่าจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจนี้
- ธุรกิจพลังงานสีเขียว: CHINT เป็นผู้นำระดับโลกในธุรกิจโซลาร์เซลล์สำหรับที่อยู่อาศัย (Residential PV) โดย ณ สิ้นปี 2025 บริษัทมีกำลังการติดตั้งสะสมสูงสุดในโลกที่ 58.0 กิกะวัตต์ คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดถึง 12.8% บริษัทยังดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้งการพัฒนาโครงการ การก่อสร้าง (EPC) และการจำหน่ายอินเวอร์เตอร์และระบบกักเก็บพลังงาน
ผลประกอบการ: กำไรเติบโตสวนทางรายได้
ข้อมูลทางการเงินจากหนังสือชี้ชวนแสดงให้เห็นถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจที่สำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2023, 2024 และ 2025 บริษัทมีรายได้ 5.72 หมื่นล้านหยวน, 6.45 หมื่นล้านหยวน และ 5.91 หมื่นล้านหยวน ตามลำดับ ซึ่งรายได้ในปี 2025 ลดลงประมาณ 8.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
Adอย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับเติบโตอย่างต่อเนื่องจาก 3.68 พันล้านหยวนในปี 2023 สู่ 4.50 พันล้านหยวน ในปี 2025 เพิ่มขึ้น 16.19% ปัจจัยหลักมาจากการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจาก 21.6% ในปี 2023 เป็น 25.9% ในปี 2025 ซึ่งเป็นผลมาจากการลดสัดส่วนธุรกิจรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่มีอัตรากำไรต่ำ และเพิ่มสัดส่วนธุรกิจบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าและจำหน่ายอินเวอร์เตอร์ซึ่งมีอัตรากำไรสูงกว่า
สำหรับครึ่งแรกของปี 2026 รายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด 28.46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แตะที่ 3.80 หมื่นล้านหยวน โดยได้แรงหนุนหลักจากธุรกิจโซลาร์เซลล์สำหรับที่อยู่อาศัย แต่การเติบโตนี้ก็ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงมาอยู่ที่ 23.6%
ความท้าทายด้านภาระหนี้สินและโอกาสในอนาคต
แม้ว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมจะเอื้ออำนวย แต่ CHINT Electrics ยังเผชิญกับความท้าทายทางการเงิน โดยเฉพาะภาระหนี้สินที่เพิ่มสูงขึ้น อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 61.5% ในปี 2023 เป็น 66.1% ในปี 2025 ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2026 บริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยรวมเกือบ 5 หมื่นล้านหยวน ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มสูงขึ้นและกดดันความสามารถในการทำกำไร อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านสภาพคล่องได้ในระดับหนึ่ง
บริษัทวางแผนจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในตลาดฮ่องกงไปใช้ในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ขยายฐานการผลิตทั่วโลก และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล นักลงทุนควรพิจารณาถึงศักยภาพการเติบโตในอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการติดตามความสามารถในการบริหารจัดการหนี้สิน ประสิทธิภาพในการขยายธุรกิจในต่างประเทศ และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านพลังงานของภาครัฐอย่างใกล้ชิด
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้