Story
ข้อพิพาทเรื่อง 'ชื่อชีส' กลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-เม็กซิโก

ประเด็นเรื่องการใช้ชื่อสามัญสำหรับชีสได้กลายเป็นข้อขัดแย้งสำคัญในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก หลังจากที่เม็กซิโกได้ลงนามในข้อตกลงการค้าฉบับใหม่กับสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งอาจจำกัดการใช้ชื่อผลิตภัณฑ์บางชนิดโดยผู้ผลิตในสหรัฐฯ
ชนวนเหตุแห่งความขัดแย้ง
ความตึงเครียดครั้งนี้มีต้นตอมาจากข้อตกลงการค้าที่เม็กซิโกลงนามกับสหภาพยุโรปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งให้ความคุ้มครองเป็นพิเศษแก่ผลิตภัณฑ์ยุโรปหลายร้อยรายการภายใต้ระบบสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication - GI) ซึ่งรวมถึงชีสชื่อดังอย่าง Parmigiano Reggiano, Feta และ Manchego
ฝ่ายสหรัฐฯ ซึ่งนำโดยสภาส่งออกผลิตภัณฑ์นมแห่งสหรัฐฯ (U.S. Dairy Export Council) ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่ง โดยให้เหตุผลว่าชื่ออย่าง "parmesan" และ "feta" เป็นชื่อสามัญที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมานาน และข้อตกลงดังกล่าวจะจำกัดสิทธิ์ของผู้ผลิตสหรัฐฯ ในการจำหน่ายสินค้าเหล่านี้ในตลาดเม็กซิโกในอนาคต
- จุดยืนสหรัฐฯ: มองว่าชื่อชีสเหล่านี้เป็นชื่อสามัญ และข้อตกลงของเม็กซิโก-EU จะสร้างอุปสรรคทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม
- จุดยืน EU: ยืนยันว่าชื่อเหล่านี้ควรสงวนไว้สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในภูมิภาคต้นกำเนิดที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น เช่น Parmigiano Reggiano จากอิตาลีตอนเหนือ หรือ Feta จากบางพื้นที่ในกรีซ
เดิมพันสูงในตลาดพันล้านดอลลาร์
Adเม็กซิโกถือเป็นตลาดที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมนมของสหรัฐฯ โดยมีการส่งออกชีสไปยังเม็กซิโกคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ในขณะที่การส่งออกผลิตภัณฑ์นมทั้งหมดของ EU ไปยังเม็กซิโกมีมูลค่าเพียง 200 ล้านดอลลาร์ เท่านั้น
ปัจจุบัน การนำเข้าชีสคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 30% ของการบริโภคในประเทศเม็กซิโก ซึ่งส่วนใหญ่มาจากสหรัฐอเมริกา ข้อพิพาทนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อน เนื่องจากการเจรจาเพื่อต่ออายุข้อตกลงสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งทำให้สหรัฐฯ มีอำนาจต่อรองเพื่อกดดันเม็กซิโกในประเด็นนี้
มุมมองที่แตกต่างและผลกระทบ
แม้ว่าข้อตกลงระหว่างเม็กซิโกและ EU จะลงนามแล้ว แต่ยังต้องผ่านกระบวนการให้สัตยาบันจากฝ่ายนิติบัญญัติของเม็กซิโก ขณะที่โฆษกของคณะกรรมาธิการยุโรปยืนยันว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในข้อตกลงที่ลงนามไปแล้วได้
สำหรับผู้ประกอบการในเม็กซิโกบางรายมองว่า ข้อตกลงกับ EU จะเป็นประโยชน์ เนื่องจากจะช่วยลดภาษีนำเข้าชีสจากยุโรป ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคชาวเม็กซิกันได้เข้าถึงชีสคุณภาพสูงขึ้น และเป็นการสร้างการแข่งขันกับชีสจากสหรัฐฯ ที่ถูกมองว่ามีราคาถูกกว่าแต่คุณภาพด้อยกว่า ความขัดแย้งนี้จึงสะท้อนถึงการปะทะกันระหว่างวัฒนธรรมการผลิตเชิงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ กับการผลิตที่เน้นประเพณีและแหล่งกำเนิดของยุโรป
Read next
More on สินค้าโภคภัณฑ์
รายงานจาก EIA ระบุว่า ปริมาณสำรองน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลงอย่างไม่คาดคิด ขณะที่ปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น
ข้อมูลล่าสุดจาก EIA ระบุว่า ปริมาณสำรองน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลงอย่างไม่คาดคิดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่ปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางความต้องการที่อ่อนตัวลง

UBS ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันเบรนท์สิ้นปีเป็น 110 ดอลลาร์ เนื่องจากความเสี่ยงด้านอุปทานจากตะวันออกกลาง
UBS ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์สิ้นปีเป็น 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยอ้างถึงความเสี่ยงด้านอุปทานที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลาง ปริมาณสินค้าคงคลังทั่วโลกที่ลดลง และต้นทุนค่าขนส่งที่สูงเป็นประวัติการณ์

อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของกาตาร์ โดยระบุว่า "รับไม่ได้"
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านปฏิเสธร่างข้อตกลงล่าสุดที่กาตาร์เป็นผู้ไกล่เกลี่ยเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมาแปดเดือน โดยกล่าวว่าแนวคิดดังกล่าว "ยอมรับไม่ได้" และส่งสัญญาณถึงภาวะชะงักงันทางการทูตที่ยังคงดำเนินต่อไป ข่าวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นหลังจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย

อาร์เจนตินาเตรียมคว้าส่วนแบ่งตลาดกากถั่วเหลืองในสหภาพยุโรป หลังกฎระเบียบเกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่าส่งผลกระทบต่อบราซิล
อุตสาหกรรมถั่วเหลืองของอาร์เจนตินากำลังเตรียมพร้อมที่จะแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดกากถั่วเหลืองของสหภาพยุโรปให้มากขึ้น เนื่องจากคาดว่ากฎระเบียบต่อต้านการตัดไม้ทำลายป่าฉบับใหม่ของสหภาพยุโรปจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของบราซิลซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญ