Story
หุ้น Alphabet ร่วงสวนผลประกอบการทุบสถิติ นักลงทุนกังวลแผนใช้จ่าย AI

หุ้นของ Alphabet (GOOGL) ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง แม้บริษัทจะรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ที่แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มากก็ตาม ปรากฏการณ์ "ขายเมื่อมีข่าวดี" (sell the news) นี้มีสาเหตุหลักมาจากความกังวลของนักลงทุนต่อแผนการเพิ่มงบประมาณการลงทุน (capex) ด้านปัญญาประดิษฐ์ที่ประกาศออกมา
เกิดอะไรขึ้น
Alphabet ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ $9.11 ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ $2.88 ถึง 216% และมีรายได้รวม $119.80 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์ที่ $116.52 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นกลับร่วงลง -6.72% มาอยู่ที่ $319.12 ในระหว่างวัน
ปัจจัยกดดันหลักไม่ได้มาจากผลการดำเนินงาน แต่มาจากการประกาศเพิ่มงบลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI อีก 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับตลาดเกี่ยวกับผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) นอกจากนี้ แรงกดดันยังมาจากค่าปรับมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์จากสหภาพยุโรปในข้อหาละเมิดกฎหมาย Digital Markets Act และประเด็นข้อพิพาทกับ Reddit ที่อาจส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงข้อมูลเพื่อฝึก AI
ปัจจัยบวกที่อาจหนุนการฟื้นตัว
Adแม้ตลาดจะตอบสนองในเชิงลบ แต่นักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและปัจจัยกระตุ้นหลายประการที่อาจหนุนให้ราคาหุ้นฟื้นตัวได้ในอนาคต:
- การลงทุนใน SpaceX ที่ยังไม่สะท้อนในราคา: Alphabet เปิดเผยว่าบริษัทถือหุ้นใน SpaceX มูลค่าถึง $94 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งตลาดยังไม่ได้ประเมินมูลค่าสินทรัพย์ส่วนนี้เข้าไปในราคาหุ้นอย่างเต็มที่
- ยอดขายรอรับรู้ของธุรกิจคลาวด์: Google Cloud มียอดขายรอรับรู้ (backlog) สูงถึง $462 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนถึงรายได้ในอนาคตที่แข็งแกร่ง โดย Justin Patterson จาก KeyBanc ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น $445 ก่อนการประกาศผลประกอบการ
- นวัตกรรมชิปเพื่อประสิทธิภาพ: ชิปทดลอง "Frozen v2" ของ Google มีเป้าหมายที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้ 6-10 เท่าภายในปี 2028 ซึ่งหากทำได้สำเร็จจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานและชดเชยงบลงทุนที่สูงขึ้นได้
- มูลค่าหุ้นที่น่าสนใจ: BMO และ BofA วิเคราะห์ว่าหุ้นมีอัตราส่วน PEG อยู่ที่เพียง 0.6 ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดยังไม่ได้คาดหวังการเติบโตที่สูงนัก สร้างส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัย (margin of safety) สำหรับนักลงทุน
ความเสี่ยงและสิ่งที่ต้องจับตา
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงมีอยู่จริง ทั้งจากการแข่งขันของโมเดล AI จากจีน ข้อพิพาทด้านลิขสิทธิ์คอนเทนต์ที่อาจขยายวงกว้าง และความท้าทายในการสร้างรายได้จากธุรกิจค้นหาในยุค AI นักลงทุนจะจับตาดูผลประกอบการไตรมาส 3 ในวันที่ 27 ตุลาคมอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอัตราส่วนงบลงทุนต่อรายได้และการเติบโตของธุรกิจคลาวด์ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่าการลงทุนมหาศาลใน AI เริ่มให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าแล้วหรือไม่
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้