Story

Citi ชี้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นบูมเป็นปัจจัยกดดันเงินเยนอ่อนค่า

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 14, 20261 min read
Citi ชี้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นบูมเป็นปัจจัยกดดันเงินเยนอ่อนค่า

Summary

ซิตี้กรุ๊ปวิเคราะห์ว่าการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นญี่ปุ่นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เงินเยนอ่อนค่าลง เนื่องจากการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงและปรับสมดุลพอร์ตของนักลงทุน

Text size
Background

ซิตี้กรุ๊ป (Citi) ระบุว่าการที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้เงินเยนอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุมาจากการทำธุรกรรมขายเงินเยนเพื่อปรับสมดุลพอร์ตและป้องกันความเสี่ยงของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ

ตลาดหุ้นร้อนแรงกดดันค่าเงิน

Citi ชี้ว่าการที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องได้สร้างแรงกดดันต่อค่าเงินเยน เนื่องจากนักลงทุนที่ถือครองหุ้นญี่ปุ่นมักจะป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (currency exposure) ด้วยการขายเงินเยน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมูลค่าของหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตราบใดที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง ธุรกรรมการขายเงินเยนเพื่อป้องกันความเสี่ยงนี้ก็จะยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งจะส่งผลให้เงินเยนเผชิญกับแรงกดดันด้านอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยที่อาจพลิกสถานการณ์

นักวิเคราะห์ของ Citi มองว่ามีสองแนวทางหลักที่สามารถควบคุมการอ่อนค่าของเงินเยนในสถานการณ์เช่นนี้ได้:

Sample IUX Markets – In-articleAd
  • การปรับนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ): การที่ BoJ ตัดสินใจปรับนโยบายการเงินสู่ภาวะปกติ (monetary policy normalization) ให้เร็วขึ้นกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
  • การแทรกแซงจากกระทรวงการคลัง: การที่กระทรวงการคลังญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงตลาดโดยตรงด้วยการเข้าซื้อเงินเยนเพื่อพยุงค่าเงิน

อย่างไรก็ตาม Citi เสริมว่าหากตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงปรับตัวขึ้นแต่ในอัตราที่ชะลอลง แรงกดดันต่อเงินเยนก็จะลดน้อยลงเช่นกัน เนื่องจากความจำเป็นในการขายเยนเพื่อป้องกันความเสี่ยงของนักลงทุนจะลดลงตามไปด้วย

แนวโน้มและระดับราคาสำคัญ

ในระยะสั้น Citi ระบุว่าระดับ 165 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็นระดับสำคัญที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ แม้ว่าหุ้นญี่ปุ่นจะยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น แต่มุมมองเชิงบวกต่อเงินเยนในระยะยาวของ Citi ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนัก

การอ่อนค่าของเงินเยนยังได้รับผลกระทบจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเป็นพิเศษของ BoJ ซึ่งสวนทางกับธนาคารกลางหลักอื่นๆ ทั่วโลกที่ดำเนินนโยบายการเงินแบบคุมเข้ม

Back to latest news

LATEST