Story
BofA เผย: มุมมองตลาดต่อเงินเยน 'หมี' สุดในรอบ 4 ปี เหตุวิตกนโยบายการเงิน-การคลัง

Summary
ผลสำรวจล่าสุดจาก Bank of America ชี้ว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเงินเยนญี่ปุ่นดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี โดยมีสาเหตุหลักจากความกังวลต่อนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่นและนโยบายการคลังของรัฐบาล
มุมมองของนักลงทุนที่มีต่อเงินเยนญี่ปุ่นเข้าสู่ภาวะ หมี (Bearish) ที่รุนแรงที่สุดในรอบ 4 ปี ตามผลสำรวจล่าสุดของ Bank of America (BofA) Global Research โดยความกังวลเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินและการคลังของญี่ปุ่นได้บดบังความเสี่ยงที่ทางการจะเข้าแทรกแซงค่าเงิน
สาเหตุหลัก: ความกังวลต่อนโยบายภาครัฐ
ผลสำรวจความเชื่อมั่นตลาด FX และอัตราดอกเบี้ย (FX and Rates Sentiment Survey) ประจำเดือนกรกฎาคมของ BofA ระบุว่า ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงจากนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) และนโยบายการคลังเป็นเหตุผลหลักที่คาดว่าเงินเยนจะอ่อนค่าลงอีก
ปัจจัยด้านนโยบายเหล่านี้มีความสำคัญเหนือน้ำหนักของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย หรือการประเมินมูลค่าค่าเงินในปัจจุบัน โดย BofA ระบุว่าระดับความเชื่อมั่นเชิงลบต่อเงินเยนแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022
การเก็งกำไรสวนทางความระมัดระวัง
แม้ความเชื่อมั่นโดยรวมจะติดลบ แต่ BofA ตั้งข้อสังเกตว่าสถานะการลงทุนของนักลงทุนทั่วไปเพิ่งจะเริ่มเข้าสู่ภาวะหมีเพียงเล็กน้อย (modestly bearish) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนจำนวนมากยังคงระมัดระวังต่อความเป็นไปได้ที่ทางการญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงิน
Adอย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากคณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) ของสหรัฐฯ บ่งชี้ภาพที่แตกต่างออกไป โดยกองทุนที่ใช้เลเวอเรจ (leveraged funds) หรือกลุ่มนักเก็งกำไร ได้ถือสถานะ ขายสุทธิ (net short) ในเงินเยนมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2007 ตอกย้ำว่าตลาดยังคงเดิมพันอย่างหนักว่าเงินเยนจะอ่อนค่าลง แม้จะมีการเตือนจากเจ้าหน้าที่หลายครั้ง
แรงกดดันต่อธนาคารกลางญี่ปุ่น
ภาวะตลาดที่เป็นลบนี้เกิดขึ้นท่ามกลางคำถามว่า BoJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างแข็งกร้าวเพียงพอที่จะลดช่องว่างอัตราดอกเบี้ยที่กว้างมากเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกาได้หรือไม่ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันค่าเงินเยนที่อยู่ในระดับอ่อนค่าใกล้เคียงกับที่เคยเห็นครั้งล่าสุดในปี 1986
ในขณะเดียวกัน ความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อไปยังคงเป็นปัจจัยหนุนค่าเงินดอลลาร์ และสร้างแรงกดดันต่อเงินเยนอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนกำลังจับตาการประชุมนโยบายการเงินครั้งถัดไปของ BoJ ในวันที่ 30-31 กรกฎาคม อย่างใกล้ชิด