Story
คลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรสองเท่า หวังพยุงตลาดหนี้ที่ผันผวน

Summary
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ สร้างความประหลาดใจให้ตลาดด้วยการประกาศเพิ่มปริมาณการซื้อคืนพันธบัตรเป็นสองเท่าในอีกสองเดือนข้างหน้า เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดตราสารหนี้ หลังอัตราผลตอบแทนพุ่งขึ้นรุนแรง
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศอย่างไม่คาดคิดว่าจะเพิ่มปริมาณการซื้อคืนพันธบัตรเป็นสองเท่าในช่วงสองเดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ช่วยรักษาเสถียรภาพของตลาดตราสารหนี้ภาครัฐที่กำลังเผชิญกับความผันผวนอย่างหนัก
รายละเอียดการเข้าพยุงตลาด
การตัดสินใจดังกล่าวสร้างความประหลาดใจให้กับนักลงทุน เนื่องจากแผนการระดมทุนรายไตรมาสของกระทรวงการคลังที่เผยแพร่เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ไม่ได้มีการกล่าวถึงแผนการเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตร (buybacks) รุ่นเก่าที่มีสภาพคล่องน้อยและมีอายุยาวแต่อย่างใด
มาตรการนี้มีขึ้นเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ในตลาดตราสารหนี้ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ การกระทำดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับมาตรการ "Operation Twist" ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจุดเน้นการระดมทุนไปสู่ตราสารหนี้ระยะสั้นมากขึ้น
ผลกระทบต่อสินทรัพย์ทางการเงิน
ความเคลื่อนไหวของกระทรวงการคลังช่วยให้การประมูลพันธบัตรอายุ 20 ปีล่าสุดผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และยังช่วยพยุงตลาดหุ้นให้ทรงตัวได้ อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ได้สร้างแรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ
Ad- ตลาดพันธบัตร: มีเสถียรภาพมากขึ้นหลังการประกาศ
- ค่าเงินดอลลาร์: อ่อนค่าลงอย่างรุนแรง
- ตลาดหุ้น: ได้รับแรงหนุนและทรงตัวได้
- ดอลลาร์แคนาดา: แข็งค่าขึ้นอย่างโดดเด่นจากความหวังเรื่องข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ
บริบทและความท้าทายในระยะยาว
แม้การซื้อคืนพันธบัตรจะช่วยลดความร้อนแรงของตลาดในระยะสั้น แต่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงปริมาณหนี้ทั้งหมดที่รัฐบาลต้องระดมทุน ปัจจุบัน หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ได้พุ่งทะลุระดับ 40 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรก ซึ่งสูงกว่าเมื่อทศวรรษที่แล้วกว่าสองเท่า ความจำเป็นในการต่ออายุหนี้ระยะสั้นอย่างต่อเนื่องจึงอาจสร้างปัญหาใหม่ในอนาคต
ขณะเดียวกัน รายงานการประชุมล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังคงส่งสัญญาณในเชิงแข็งกร้าว (hawkish) ซึ่งบ่งชี้ว่าต้นทุนการกู้ยืมระยะสั้นจะยังไม่ลดลงในเร็วๆ นี้ สร้างแรงกดดันต่อต้นทุนการชำระหนี้ของรัฐบาลต่อไป
Read next
More on สินค้าโภคภัณฑ์
ยุโรปเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินในไตรมาสที่ 4 แม้ว่าจะมีการนำเข้าจากเกาหลีใต้เป็นประวัติการณ์ก็ตาม
คาดการณ์ว่ายุโรปจะเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินอย่างรุนแรงในไตรมาสที่สี่ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณขาดแคลนถึง 510,000 บาร์เรลต่อวัน แม้ว่าการนำเข้าจากซัพพลายเออร์ที่อยู่ห่างไกล เช่น เกาหลีใต้ จะสูงขึ้นถึงระดับสูงสุดในรอบหลายปีก็ตาม

ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงจากความหวังที่จะมีการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน แม้จะมีการโจมตีครั้งใหม่จากกลุ่มฮูตี
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ของความคืบหน้าทางการทูตระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ท่ามกลางความขัดแย้งในภูมิภาคที่ยังคงดำเนินอยู่และความเสี่ยงด้านอุปทาน

ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นหลังกลุ่มฮูตีโจมตีเมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นในการซื้อขายช่วงเช้า หลังจากการโจมตีเมืองหลวงของซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มฮูตีในเยเมน ทำให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานที่อาจเกิดขึ้นในภูมิภาคผลิตน้ำมันที่สำคัญแห่งนี้

ราคาก๊าซในยุโรปพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากปริมาณก๊าซสำรองเหลือน้อยและคำเตือนเรื่องอัตราเงินเฟ้อจากธนาคารกลางยุโรป (ECB)
ราคาก๊าซธรรมชาติขายส่งในยุโรปและสหราชอาณาจักรปรับตัวสูงขึ้นในวันพุธ โดยมีสาเหตุมาจากปริมาณก๊าซสำรองที่ต่ำมากก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว และคำเตือนจากธนาคารกลางยุโรปเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น