Story
หุ้นโทเคนวอลุ่มพุ่งเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์ แต่เงินทุนคงค้างแค่ 5% ชี้ยังเป็นแค่ช่องทางเทรด

รายงานล่าสุดจาก Grayscale บริษัทจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำ ระบุว่าตลาดหุ้นในรูปแบบโทเคน (Tokenized Stocks) มีปริมาณการซื้อขายรายสัปดาห์พุ่งสูงเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่กลับมีอัตราการคงอยู่ของเงินทุนในระบบนิเวศการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi) เพียง 5% เท่านั้น ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ประเภทนี้เพียงเพื่อการซื้อขายเท่านั้น
ปริมาณซื้อขายสูง แต่สภาพคล่องไม่คงอยู่
ข้อมูลจากรายงานของ Grayscale ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจาก Woofun AI และ Allium ชี้ว่า บล็อกเชนอย่าง Robinhood Chain, BNB Chain และ Solana เป็นผู้นำในตลาดหุ้นโทเคน โดยมีปริมาณการซื้อขายที่คึกคักอย่างมาก อย่างไรก็ตาม แม้ปริมาณการซื้อขายจะสูง แต่เงินทุนกลับไม่ได้ไหลเวียนอยู่ในกิจกรรมทางการเงินบนบล็อกเชนต่อ
- ปริมาณการซื้อขายสปอตรายสัปดาห์เคยสูงเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม
- มูลค่าสินทรัพย์รวมที่ถูกล็อกไว้ (TVL) ในหุ้นโทเคน ณ สิ้นเดือนสิงหาคมอยู่ที่เพียง 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่ำกว่าปริมาณการซื้อขายรายสัปดาห์อย่างมีนัยสำคัญ
Zach Pandl หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Grayscale ให้ความเห็นว่า พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนว่านักลงทุนให้ความสำคัญกับการเข้าถึงตลาดได้ตลอด 24 ชั่วโมงและความสะดวกสบายในการซื้อขาย มากกว่าการนำสินทรัพย์เหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ในเชิงลึกทางการเงิน เช่น การนำไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันในโปรโตคอล DeFi
การเติบโตที่ไม่สมดุลและอุปสรรคเชิงโครงสร้าง
Adแม้ว่าหุ้นโทเคนจะยังไม่สามารถทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ค้ำประกันที่มีประสิทธิภาพได้ แต่ระบบนิเวศ DeFi บนบางเชนกลับเติบโตอย่างก้าวกระโดด ตัวอย่างเช่น โปรโตคอลให้กู้ยืมอย่าง Kamino และ Jupiter บน Solana มียอดเงินฝากเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของบล็อกเชน แต่ก็ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเฉพาะของตัวสินทรัพย์หุ้นโทเคนเอง
ในขณะเดียวกัน ข้อมูลยังพบว่าปริมาณการใช้งานบน Robinhood Chain ซึ่งทำงานอยู่บนเครือข่าย Arbitrum ส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยเหรียญมีม (Meme Coins) ไม่ใช่หุ้นโทเคน ซึ่งตอกย้ำว่าการยอมรับในวงกว้างยังไม่เกิดขึ้น
ความท้าทายด้านกฎระเบียบยังคงเป็นปัญหาหลัก
อุปสรรคสำคัญที่ทำให้หุ้นโทเคนไม่สามารถถูกนำไปใช้ในระบบการเงินบนบล็อกเชนได้อย่างเต็มศักยภาพคือความไม่ชัดเจนของกฎระเบียบ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้สถาบันการเงินไม่สามารถนำสินทรัพย์เหล่านี้เข้ามาอยู่ในงบดุลของตนเองได้อย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม เริ่มมีความเคลื่อนไหวจากฝั่งผู้กำกับดูแลในสหรัฐฯ โดยคณะกรรมการที่ปรึกษาของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) ได้แสดงการสนับสนุนแนวคิดการชำระราคาหุ้นและการชำระเงินให้เกิดขึ้นพร้อมกัน (Synchronous Settlement) เพื่อขจัดความเสี่ยงด้านการส่งมอบ ขณะที่ Vlad Tenev ซีอีโอของ Robinhood ก็ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการแก้ไขช่องว่างทางกฎระเบียบนี้เช่นกัน
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้