Story
Mall REITs ในสหรัฐฯ ผลตอบแทนพุ่ง 22.4% ในไตรมาส 2 แซงหน้าตลาดรวม

ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กลุ่มห้างสรรพสินค้าในสหรัฐอเมริกา สร้างผลตอบแทนรวมอย่างแข็งแกร่งที่ 22.4% ในไตรมาสที่สองของปี 2026 ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนของภาค REITs โดยรวมที่ 12.2% อย่างมีนัยสำคัญ อ้างอิงจากรายงานของ Stifel ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์
ผลการดำเนินงานฟื้นตัวโดดเด่น
ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาสล่าสุด ทำให้ Mall REITs กลายเป็นกลุ่ม REITs ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดเป็นอันดับสามในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งเป็นการฟื้นตัวอย่างชัดเจนหลังจากที่เคยมีผลงานตามหลังตลาดในไตรมาสแรก โดยให้ผลตอบแทนเพียง 2.1% เทียบกับตลาดรวมที่ 4.8%
การฟื้นตัวนี้บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กลับมาสู่ภาคธุรกิจค้าปลีกและห้างสรรพสินค้า หลังจากผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายมา
Macerich นำกลุ่ม ตามด้วย SPG และ Tanger
เมื่อพิจารณาเป็นรายบริษัท พบว่าทุกบริษัทในกลุ่มมีผลการดำเนินงานที่น่าประทับใจและสูงกว่าดัชนี REITs โดยรวม
Ad- Macerich (MAC): เป็นผู้นำกลุ่มด้วยผลตอบแทนรวมสูงสุดที่ 34.2% โดยได้รับปัจจัยหนุนจากความคืบหน้าในการปรับปรุงงบดุล การเพิ่มประสิทธิภาพของพอร์ตสินทรัพย์ และการเข้าซื้อกิจการ รวมถึงการอัปเดตแผนกลยุทธ์ "Path Forward Plan version 3.0"
- Simon Property Group (SPG): ให้ผลตอบแทน 21.2%
- Tanger Inc (SKT): ให้ผลตอบแทน 17.1%
สถานะขายชอร์ตเพิ่มขึ้นสวนทาง
แม้ว่าราคาหุ้นจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ข้อมูลที่น่าสนใจคือสถานะการขายชอร์ต (short interest) ในกลุ่ม Mall REITs กลับเพิ่มขึ้นถึง 78.1% ในช่วงไตรมาสที่ 2 คิดเป็นสัดส่วน 5.8% ของจำนวนหุ้นที่ซื้อขายได้ทั้งหมด (float) โดย Macerich มีการเพิ่มขึ้นของ short interest มากที่สุดที่ 89.1% หลังจากมีการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน ขณะที่ Simon Property Group มีสัดส่วน short interest ต่ำที่สุดในกลุ่มที่ 3.4% ของ float
การเพิ่มขึ้นของสถานะขายชอร์ตอาจสะท้อนว่านักลงทุนบางส่วนยังคงมีความกังวลต่อแนวโน้มระยะยาวของธุรกิจห้างสรรพสินค้า อย่างไรก็ตาม จำนวนวันเฉลี่ยที่ต้องใช้ในการซื้อหุ้นคืนเพื่อปิดสถานะขายชอร์ต (days to cover) ของทั้งกลุ่มได้ลดลงจาก 5.0 วัน เหลือ 3.5 วัน