Story

ข้อมูล Hazeltree: เฮดจ์ฟันด์เพิ่มเดิมพันสวนทางหุ้นกลุ่มผู้บริโภคในเดือนสิงหาคม

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Sep 16, 20261 min read
ข้อมูล Hazeltree: เฮดจ์ฟันด์เพิ่มเดิมพันสวนทางหุ้นกลุ่มผู้บริโภคในเดือนสิงหาคม

Summary

รายงานล่าสุดจาก Hazeltree เผยว่า กองทุนเฮดจ์ฟันด์ได้เพิ่มการเปิดสถานะขายในหุ้นกลุ่มผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญในเดือนสิงหาคม ท่ามกลางความกังวลเรื่องต้นทุนผู้บริโภคที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันก็ปรับมุมมองต่อหุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะ Alphabet

Text size
Background

กองทุนเฮดจ์ฟันด์ได้เพิ่มการเดิมพันว่าราคาหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคจะปรับตัวลดลงในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ขณะเดียวกันได้ลดสถานะขายในหุ้นที่เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) บางส่วน แต่กลับมีมุมมองที่เป็นลบมากขึ้นต่อ Alphabet ตามรายงานล่าสุดจากแพลตฟอร์มข้อมูล Hazeltree

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในสภาวะที่ราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคต้องเผชิญกับราคาเชื้อเพลิงและต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Discretionary) ถือเป็นกลุ่มที่ทำผลงานได้แย่ที่สุดในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปีนี้ โดยปรับตัวลดลงแล้วประมาณ 5% สวนทางกับดัชนี S&P 500 ที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวก 11%

แรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มผู้บริโภค

ข้อมูลจาก Hazeltree ชี้ให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของการเปิดสถานะขาย (Short Position) ในหุ้นกลุ่มผู้บริโภคอย่างชัดเจนทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป

  • ในบรรดาหุ้นขนาดใหญ่และขนาดกลาง 20 อันดับแรกของอเมริกาเหนือที่มีการถูกชอร์ตมากที่สุด มีถึง 9 บริษัท ที่อยู่ในกลุ่มผู้บริโภค เพิ่มขึ้นจากเพียง 4 บริษัทในเดือนกรกฎาคม
  • บริษัทใหม่ที่เข้ามาอยู่ในรายชื่อหุ้นขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ถูกชอร์ตมากที่สุด ได้แก่ Kimberly-Clark (ผู้ผลิตทิชชู Kleenex และผ้าอ้อม Huggies), DoorDash (บริการส่งอาหาร) และ Keurig Dr Pepper (ผู้ผลิตเครื่องดื่ม)
  • ในฝั่งยุโรป หุ้นที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคที่ถูกชอร์ตมากที่สุดประกอบด้วย BMW (ผู้ผลิตรถยนต์), Diageo และ Pernod Ricard (กลุ่มเครื่องดื่ม) รวมถึง Kering (เจ้าของแบรนด์หรู Gucci)
Sample IUX Markets – In-articleAd

มุมมองต่อหุ้น AI เปลี่ยนแปลง

แม้ว่ากระแสการลงทุนใน AI จะยังคงร้อนแรง แต่กองทุนเฮดจ์ฟันด์ได้มีการปรับเปลี่ยนมุมมองต่อหุ้นบางตัว โดยเฉพาะ Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google ได้หลุดจากรายชื่อหุ้นที่มีสถานะซื้อหนาแน่น (most-crowded long positions) ในเดือนสิงหาคม

สิ่งที่น่าสนใจคือ จำนวนกองทุนที่เปิดสถานะขายในหุ้น Alphabet มีมากกว่าจำนวนกองทุนที่ถือสถานะซื้อเป็นครั้งแรกในปีนี้ Hazeltree ระบุว่า "เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานที่รายงานออกมาไม่ได้แย่ลง การเทขายที่เกิดขึ้นจึงน่าจะสะท้อนถึงคำถามเกี่ยวกับแหล่งเงินทุนสำหรับการลงทุนด้าน AI มากกว่าจะเป็นมุมมองต่อความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก"

นักลงทุนกำลังจับตาอย่างใกล้ชิดว่าบริษัทต่างๆ จะจัดหาเงินทุนหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อใช้ในการลงทุนด้าน AI ที่มีการแข่งขันสูงได้อย่างไร ในขณะที่หุ้นอย่าง Super Micro Computer, Coreweave และ GE Vernova ยังคงติดอันดับต้นๆ ของหุ้นที่ถูกชอร์ตมากที่สุด

Read next

More on หุ้น
ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้น หลังเฟดส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินกดดันตลาด

หุ้น

ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้น หลังเฟดส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินกดดันตลาด

Sep 17, 2026

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ลดลงและความหวังในการเจรจาในตะวันออกกลาง หลังจากที่ตลาดร่วงลงจากท่าทีสายเหยี่ยวของธนาคารกลางสหรัฐฯ

Holtec เลื่อนแผน IPO ในสหรัฐฯ มูลค่า 900 ล้านดอลลาร์ อ้างสภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย

หุ้น

Holtec เลื่อนแผน IPO ในสหรัฐฯ มูลค่า 900 ล้านดอลลาร์ อ้างสภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย

Sep 17, 2026

Holtec Nuclear Corp. ระงับแผนการเสนอขายหุ้น IPO ในสหรัฐฯ ซึ่งตั้งเป้าระดมทุนสูงถึง 900 ล้านดอลลาร์ โดยให้เหตุผลว่าสภาวะตลาดในปัจจุบันไม่เอื้ออำนวย ตามรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก

หุ้น Snap ดีดตัวขึ้นนอกเวลาทำการ ขานรับการเปิดตัวแว่นตา AR และพันธมิตรเทคโนโลยีรายใหญ่

หุ้น

หุ้น Snap ดีดตัวขึ้นนอกเวลาทำการ ขานรับการเปิดตัวแว่นตา AR และพันธมิตรเทคโนโลยีรายใหญ่

Sep 17, 2026

ราคาหุ้น Snap Inc. ปรับตัวสูงขึ้น 2.5% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังบริษัทประกาศเปิดตัวแว่นตา AR รุ่นใหม่ พร้อมจับมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่าง Salesforce, Nvidia และ AWS เพื่อรุกตลาดองค์กร

ราคาทองคำร่วง หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย-ส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบาย หนุนดอลลาร์แข็งค่า

หุ้น

ราคาทองคำร่วง หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย-ส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบาย หนุนดอลลาร์แข็งค่า

Sep 17, 2026

ราคาทองคำปรับตัวลดลงหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขึ้นอัตราดอกเบี้ยและส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและเพิ่มแรงกดดันต่อสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนอย่างทองคำ

Back to latest news

LATEST