Story
ตลาดพันธบัตรทั่วโลกเผชิญแรงเทขายหนัก บอนด์ยีลด์พุ่งสูงสุดในรอบหลายสิบปีจากวิกฤตตะวันออกกลางและเงินเฟ้อ

ตลาดตราสารหนี้ทั่วโลกเผชิญกับการเทขายอย่างหนักระลอกใหม่ในวันอังคาร ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปีและในบางกรณีคือรอบหลายสิบปี การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อความขัดแย้งทางทหารที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลางและแนวโน้มที่ธนาคารกลางต่างๆ จะยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่ตึงตัวต่อไป
อัตราผลตอบแทนพุ่งทำสถิติใหม่
การเทขายส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ซึ่งเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับราคา ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในตลาดหลักหลายแห่ง:
- เยอรมนี: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี (Schatz) ซึ่งอ่อนไหวต่อนโยบายการเงิน พุ่งขึ้นสู่ระดับ 2.936% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2024 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี (Bund) และ 30 ปี แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011 ที่ 3.352% และ 3.841% ตามลำดับ
- ฝรั่งเศส: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี (OAT) พุ่งขึ้นไปที่ 4.15% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2008 โดยได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากความกังวลเรื่องการขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มขึ้น
- ญี่ปุ่น: อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) อายุ 10 ปี ทะยานขึ้นแตะระดับ 3.000% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 1996 ส่วน JGB อายุ 2 ปีก็พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.800%
ปัจจัยเสี่ยงรุมเร้าตลาด
การเทขายพันธบัตรครั้งประวัติศาสตร์นี้เกิดจากปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ประการแรกคือความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากมีการโจมตีทางทหารโดยตรงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สิ่งนี้กระตุ้นความกลัวว่าอัตราเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นและคงอยู่ในระดับสูงไปจนถึงปี 2027
Adประการที่สองคือท่าทีของธนาคารกลางต่างๆ ที่ยังคงส่งสัญญาณดำเนินนโยบายการเงินที่ตึงตัว (Hawkish) เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ดังเห็นได้จากสุนทรพจน์ของนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ส่งสัญญาณว่าภารกิจสกัดเงินเฟ้อยังไม่สิ้นสุด ทำให้นักลงทุนปรับเพิ่มโอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมเดือนกันยายนเป็น 60% ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ก็คาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้าเช่นกัน
นอกจากนี้ รัฐบาลทั่วโลกยังมีการออกพันธบัตรจำนวนมหาศาลเพื่อใช้จ่ายในด้านต่างๆ ซึ่งสวนทางกับการที่ธนาคารกลางกำลังลดขนาดงบดุล (Quantitative Tightening) ทำให้ตลาดเอกชนต้องดูดซับอุปทานพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นอีกแรงกดดันที่ทำให้อัตราผลตอบแทนต้องปรับตัวสูงขึ้น
มุมมองและข้อมูลที่ต้องจับตา
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงมุมมองของตลาดอย่างชัดเจน โดยพันธบัตรรัฐบาลไม่ได้ทำหน้าที่เป็น "สินทรัพย์ปลอดภัย" (Safe Haven) ในช่วงที่เกิดวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์อีกต่อไป แต่นักลงทุนกลับเทขายเนื่องจากกังวลต่อความเสี่ยงภาวะเศรษฐกิจชะงักงันและเงินเฟ้อสูง (Stagflation) และเรียกร้อง "ค่าชดเชยความเสี่ยงด้านเวลา" (Term Premium) ที่สูงขึ้นสำหรับการถือครองตราสารหนี้ระยะยาว
จากนี้ไป ตลาดจะจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินทิศทางนโยบายของธนาคารกลางต่อไป ได้แก่ ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนสิงหาคมของยูโรโซน, รายงานตำแหน่งงานว่าง (JOLTS) และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการตัดสินใจของ ECB และเฟดในการประชุมเดือนกันยายน
Read next
More on ฟอเร็กซ์
ค่าเงินซลอตีโปแลนด์อ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบ 11 เดือนเมื่อเทียบกับเงินยูโร จากแรงกดดันด้านราคาน้ำมัน
ค่าเงินซลอตีของโปแลนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 4.410 เมื่อเทียบกับเงินยูโร ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2023 เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความระมัดระวังก่อนการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งผลกระทบต่อค่าเงิน

ค่าเงินปอนด์อ่อนค่าลง ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ก่อนการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ และการประกาศงบประมาณของสหราชอาณาจักร
ค่าเงินปอนด์อังกฤษอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นในวันพุธ เนื่องจากความสนใจของตลาดเปลี่ยนจากความผันผวนของภาคเทคโนโลยีไปสู่การตัดสินใจของธนาคารกลางที่จะเกิดขึ้น และการประกาศงบประมาณของสหราชอาณาจักร

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยูโรโซนปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความกังวลด้านนโยบายการคลังของฝรั่งเศสกลับมาอีกครั้ง ก่อนการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB)
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสและเยอรมนีปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากความโล่งใจจากการยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสเป็นเพียงชั่วคราว โดยนักลงทุนหันกลับมาให้ความสนใจกับความท้าทายทางการคลังและรอคำตัดสินนโยบายสำคัญจากธนาคารกลางสหรัฐฯ และธนาคารกลางยุโรป

ดอลลาร์แคนาดาอ่อนค่าลง ขณะที่ตลาดรอการตัดสินใจจากธนาคารกลางแคนาดาและเฟด
เงินดอลลาร์แคนาดาอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากที่แข็งค่าติดต่อกันเจ็ดวัน เนื่องจากนักลงทุนต่างระมัดระวังตัวก่อนการประกาศอัตราดอกเบี้ยสำคัญในวันพุธจากทั้งธนาคารกลางแคนาดาและธนาคารกลางสหรัฐฯ