Story

AI และกำแพงภาษีหนุนราคาทองแดงทุบสถิติใหม่ สัญญาณจาก "ดร.คอปเปอร์" เปลี่ยนไป

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Aug 7, 20261 min read
ใช้ AI ช่วย ตรวจโดยบรรณาธิการอ้างอิงจาก Investing.comตรวจสอบโดย TrustFinance
AI และกำแพงภาษีหนุนราคาทองแดงทุบสถิติใหม่ สัญญาณจาก "ดร.คอปเปอร์" เปลี่ยนไป
Text size
Background

ราคาทองแดงระหว่างประเทศพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง แต่การปรับตัวขึ้นรอบนี้ไม่ได้เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจของโลกเหมือนในอดีต สะท้อนให้เห็นว่า "ดร.คอปเปอร์" (Dr. Copper) ซึ่งเคยเป็นมาตรวัดสุขภาพเศรษฐกิจที่เชื่อถือได้ กำลังถูกตีความได้ยากขึ้นจากปัจจัยใหม่ๆ ที่เข้ามามีอิทธิพล

ราคาซื้อขายทองแดงล่วงหน้าในตลาด COMEX ของนิวยอร์กพุ่งทะลุระดับ 6.90 ดอลลาร์ต่อปอนด์ ในวันพฤหัสบดี ขณะที่สัญญาซื้อขายทองแดงอายุ 3 เดือนในตลาด London Metal Exchange (LME) แตะระดับ 14,369.5 ดอลลาร์ต่อตัน โดยนับตั้งแต่ต้นปี ราคาทองแดงปรับตัวขึ้นมาแล้วประมาณ 19% อย่างไรก็ตาม ปัจจัยขับเคลื่อนหลักในครั้งนี้มาจากปัญหาอุปทาน การลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเก็งกำไรต่อนโยบายภาษีของสหรัฐฯ

อุปทานเผชิญ "พายุที่สมบูรณ์แบบ"

ปัจจัยหลักที่ผลักดันราคาคือภาวะอุปทานที่ตึงตัวเชิงโครงสร้าง Codelco บริษัททองแดงรายใหญ่ที่สุดของโลกจากชิลี ยอมรับว่าไม่สามารถผลิตได้ตามเป้าหมายในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา และได้ปรับลดเป้าหมายการผลิตปี 2026 ลงเหลือเพียง 1.331-1.357 ล้านตัน ซึ่งต่ำกว่าเป้าเดิมกว่า 300,000 ตัน นอกจากนี้ พายุหิมะรุนแรงในชิลียังส่งผลให้เหมืองหลายแห่งต้องหยุดชะงักการผลิต ส่งผลให้ผลผลิตทองแดงของชิลีในไตรมาสที่ 2 ลดลง 7.7% สู่ระดับ 1.27 ล้านตัน ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 19 ปี

Michael Widmer หัวหน้าฝ่ายวิจัยโลหะของ Bank of America ระบุว่า "การปรับขึ้นของราคาครั้งนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนโดยอุปสงค์ แต่มาจากฝั่งอุปทาน" สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้นเมื่อสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับสองของโลก ประกาศห้ามส่งออกหัวแร่ทองแดงและโคบอลต์เพื่อส่งเสริมการแปรรูปในประเทศ สิ่งนี้สะท้อนผ่านค่าธรรมเนียมการถลุง (TCs) ที่ดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ -160.67 ดอลลาร์ต่อตัน บ่งชี้ถึงภาวะขาดแคลนวัตถุดิบอย่างรุนแรง

การคาดการณ์ภาษีสหรัฐฯ กระตุ้นการกักตุน

อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญคือนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ตลาดคาดการณ์ในวงกว้างว่าสหรัฐฯ อาจเรียกเก็บภาษีนำเข้าทองแดงบริสุทธิ์ 15% ในปี 2027 และอาจเพิ่มเป็น 30% ในปี 2028 การคาดการณ์ดังกล่าวได้กระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนย้ายทองแดงบริสุทธิ์จำนวนมหาศาลไปยังสหรัฐฯ เพื่อเก็งกำไรส่วนต่างจากภาษี

  • ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีทองแดงถูกส่งไปยังท่าเรือสหรัฐฯ มากกว่า 200,000 ตัน ซึ่งเป็นปริมาณต่อเดือนที่สูงที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ
  • ปริมาณทองแดงคงคลังในคลังสินค้าของ COMEX พุ่งสูงถึง 720,000 ตัน และคาดว่าปริมาณทองแดงที่ถูกกักตุนทั่วสหรัฐฯ มีมากกว่า 1 ล้านตัน
  • การกักตุนนี้ส่งผลให้ส่วนต่างราคาระหว่างตลาด COMEX และ LME กว้างขึ้นเป็นประมาณ 500 ดอลลาร์ต่อตัน และทำให้อุปทานในตลาดอื่นนอกสหรัฐฯ ตึงตัวอย่างหนัก โดยปริมาณคงคลังใน LME ลดลงเหลือไม่ถึง 250,000 ตัน

โครงสร้างอุปสงค์เปลี่ยน: AI และโครงข่ายไฟฟ้าคือตัวขับเคลื่อนใหม่

Sample IUX Markets – In-articleAd

ฝั่งอุปสงค์ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเช่นกัน William Osnato ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลสินค้าโภคภัณฑ์ของ Barchart กล่าวว่า "ปัจจัยสนับสนุนหลักของราคามาจากความต้องการสำหรับศูนย์ข้อมูลและโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม AI" ซึ่งเป็นอุปสงค์ที่กระจุกตัวและแตกต่างจากในอดีตที่พึ่งพาการเติบโตทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

การลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าของจีนเป็นอีกหนึ่งเสาหลักสำคัญ โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 การลงทุนของ State Grid เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบเป็นรายปี และล่าสุดจีนได้ประกาศแผนการลงทุนเพื่อยกระดับโครงข่ายไฟฟ้ามูลค่ากว่า 574,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ความต้องการจากภาค AI และโครงข่ายไฟฟ้าได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ที่เข้ามาแทนที่อุปสงค์ดั้งเดิมจากภาคการก่อสร้างและยานยนต์

เหตุใด "ดร.คอปเปอร์" จึงส่งสัญญาณคลาดเคลื่อน

ในอดีต ราคาทองแดงถูกมองว่าเป็น "เทอร์โมมิเตอร์" ชี้วัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจโลก แต่ปัจจุบันตรรกะการกำหนดราคาได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เนื่องจาก

1. ข้อจำกัดด้านอุปทานกลายเป็นปัจจัยชี้นำราคา แทนที่การขยายตัวของอุปสงค์ ทำให้ราคาทองแดงไม่ตอบสนองต่อสัญญาณเศรษฐกิจมหภาคเหมือนเดิม

2. การกักตุนเพื่อเก็งกำไรภาษีบิดเบือนสัญญาณราคา การที่ทองแดงกว่า 1 ล้านตันถูกกักตุนในสหรัฐฯ ไม่ได้สะท้อนความต้องการที่แท้จริง แต่เป็นการสร้างอุปสงค์เทียมที่ผลักดันราคาทั่วโลก

3. โครงสร้างอุปสงค์เปลี่ยนจาก "วงกว้าง" เป็น "เชิงลึก" โดยกระจุกตัวในบางอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนโยบายและเทรนด์เทคโนโลยี ซึ่งไม่สัมพันธ์กับภาวะเศรษฐกิจในระยะสั้น

ดังนั้น นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องทบทวนประสิทธิภาพของ "ดร.คอปเปอร์" ในฐานะดัชนีชี้วัดเศรษฐกิจ เพราะแม้ว่ามันจะยังคงส่งสัญญาณ แต่ความหมายของสัญญาณนั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

Read next

More on สินค้าโภคภัณฑ์
รายงานจาก EIA ระบุว่า ปริมาณสำรองน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลงอย่างไม่คาดคิด ขณะที่ปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น

สินค้าโภคภัณฑ์

รายงานจาก EIA ระบุว่า ปริมาณสำรองน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลงอย่างไม่คาดคิด ขณะที่ปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น

Oct 28, 2026

ข้อมูลล่าสุดจาก EIA ระบุว่า ปริมาณสำรองน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลงอย่างไม่คาดคิดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่ปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางความต้องการที่อ่อนตัวลง

UBS ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันเบรนท์สิ้นปีเป็น 110 ดอลลาร์ เนื่องจากความเสี่ยงด้านอุปทานจากตะวันออกกลาง

สินค้าโภคภัณฑ์

UBS ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันเบรนท์สิ้นปีเป็น 110 ดอลลาร์ เนื่องจากความเสี่ยงด้านอุปทานจากตะวันออกกลาง

Oct 28, 2026

UBS ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์สิ้นปีเป็น 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยอ้างถึงความเสี่ยงด้านอุปทานที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลาง ปริมาณสินค้าคงคลังทั่วโลกที่ลดลง และต้นทุนค่าขนส่งที่สูงเป็นประวัติการณ์

อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของกาตาร์ โดยระบุว่า "รับไม่ได้"

สินค้าโภคภัณฑ์

อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของกาตาร์ โดยระบุว่า "รับไม่ได้"

Oct 28, 2026

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านปฏิเสธร่างข้อตกลงล่าสุดที่กาตาร์เป็นผู้ไกล่เกลี่ยเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อมาแปดเดือน โดยกล่าวว่าแนวคิดดังกล่าว "ยอมรับไม่ได้" และส่งสัญญาณถึงภาวะชะงักงันทางการทูตที่ยังคงดำเนินต่อไป ข่าวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นหลังจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย

อาร์เจนตินาเตรียมคว้าส่วนแบ่งตลาดกากถั่วเหลืองในสหภาพยุโรป หลังกฎระเบียบเกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่าส่งผลกระทบต่อบราซิล

สินค้าโภคภัณฑ์

อาร์เจนตินาเตรียมคว้าส่วนแบ่งตลาดกากถั่วเหลืองในสหภาพยุโรป หลังกฎระเบียบเกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่าส่งผลกระทบต่อบราซิล

Oct 28, 2026

อุตสาหกรรมถั่วเหลืองของอาร์เจนตินากำลังเตรียมพร้อมที่จะแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดกากถั่วเหลืองของสหภาพยุโรปให้มากขึ้น เนื่องจากคาดว่ากฎระเบียบต่อต้านการตัดไม้ทำลายป่าฉบับใหม่ของสหภาพยุโรปจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของบราซิลซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญ

Back to latest news

LATEST