Story
BofA เตือนสถานะเก็งกำไร "ขายเงินเยน" ตึงตัว เสี่ยงจุดชนวนเทขายสินทรัพย์ญี่ปุ่น

Bank of America (BofA) เปิดเผยบทวิเคราะห์ล่าสุดซึ่งระบุว่า สถานะการเก็งกำไรด้วยการขายเงินเยน (short yen) ได้พุ่งขึ้นสู่ระดับที่ตึงตัวอย่างมาก ใกล้เคียงกับที่เคยเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2024 ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวสร้างความเสี่ยงที่อาจเกิดการเทขายสินทรัพย์ของญี่ปุ่น ทั้งพันธบัตรและหุ้น หากทิศทางค่าเงินเยนเกิดการกลับตัว
บทวิเคราะห์นี้อ้างอิงข้อมูลดุลการชำระเงินเดือนพฤษภาคมและธุรกรรมหลักทรัพย์ระหว่างประเทศเดือนมิถุนายนจากกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงสองทิศทางของค่าเงินเยนในช่วงฤดูร้อนนี้
สถานะ Short Yen พุ่งสูงสุด
BofA ชี้ว่าสถานะ short position ในเงินเยนของนักเก็งกำไรในตลาด CME ได้เพิ่มขึ้นใกล้ระดับสูงสุดที่เคยเห็นในเดือนกรกฎาคม 2024 ขณะเดียวกัน ข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่านักลงทุนต่างชาติได้เทขายทั้งพันธบัตรและหุ้นของญี่ปุ่นในเดือนมิถุนายน ส่งผลให้กระแสเงินทุนไหลเข้าจากการลงทุนในหลักทรัพย์ (Portfolio investment flows) พลิกกลับเป็น การไหลออกสุทธิ (net outflows) หลังจากที่เคยไหลเข้าอย่างมากก่อนหน้านี้
นอกจากนี้ ตัวชี้วัด risk reversal ของคู่สกุลเงิน USD/JPY ระยะ 1 ปี ได้ปรับตัวเข้าสู่แดนบวกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 ซึ่งสะท้อนว่าตลาดกำลังป้องกันความเสี่ยงที่เงินเยนจะอ่อนค่าลงอีกในอนาคต การสะสมสถานะขายเงินเยนที่มากเกินไปนี้ ทำให้ตลาดมีความเปราะบางต่อการกลับตัวอย่างรวดเร็ว
ปัจจัยเบื้องหลังการอ่อนค่า
แรงกดดันต่อเงินเยนมีสาเหตุหลักมาจากความกังวลด้านการคลังของญี่ปุ่น และมุมมองของตลาดที่ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan) กำลัง ดำเนินนโยบายการเงินที่ล่าช้า (behind the curve) ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ได้กระตุ้นให้เกิดการเก็งกำไรด้วยการขายเงินเยน โดยเฉพาะจากตลาดนอกประเทศญี่ปุ่น
Adอย่างไรก็ตาม BofA ตั้งข้อสังเกตว่าปัจจัยพื้นฐานของญี่ปุ่นกำลังปรับตัวดีขึ้น โดยดุลการชำระเงินพื้นฐานยังคงแข็งแกร่ง และการส่งออกที่เติบโต โดยเฉพาะจากอุปสงค์ที่เกี่ยวข้องกับ AI กำลังช่วยชดเชยการขาดดุลในภาคบริการดิจิทัลได้มากขึ้น
3 ปัจจัยเสี่ยงที่อาจพลิกสถานการณ์
BofA ระบุถึง 3 ปัจจัยสำคัญที่อาจกระตุ้นให้เกิดการปิดสถานะขายเงินเยน (unwinding of short positions) ซึ่งจะส่งผลให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ได้แก่:
- การแทรกแซงค่าเงิน โดยทางการญี่ปุ่นในขนาดที่ใหญ่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
- การกลับตัวของกระแสการลงทุนในหุ้นกลุ่ม AI ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนตลาดในช่วงที่ผ่านมา
- การเปลี่ยนแปลงนโยบาย จากรัฐบาลชุดใหม่ของญี่ปุ่น (Takaichi administration) เพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันของตลาด
หากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเกิดขึ้น อาจบีบให้นักเก็งกำไรต้องรีบซื้อเงินเยนคืนเพื่อปิดสถานะขาดทุน ซึ่งจะยิ่งเร่งให้เงินเยนแข็งค่าขึ้น และอาจนำไปสู่การเทขายสินทรัพย์อื่น ๆ ในญี่ปุ่นตามมา