Story
งบ Alphabet Q2/2026: นักลงทุนจับตาตัวเลขใช้จ่าย AI ชี้ชะตาหุ้นเทคฯ

Summary
Alphabet เตรียมรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 โดยนักลงทุนมุ่งความสนใจไปที่ตัวเลขการใช้จ่ายด้านทุน (CapEx) และทิศทางการลงทุน AI ซึ่งจะส่งผลกระทบในวงกว้างต่อหุ้นกลุ่ม Magnificent Seven และภาคเทคโนโลยีโดยรวม
Alphabet มีกำหนดรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 หลังตลาดปิดในวันพุธนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์ใน Wall Street มองว่าตัวเลขรายได้และกำไรอาจไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่สุดในรอบนี้ แต่นักลงทุนจะจับตาดูตัวเลขการใช้จ่ายด้านทุน (CapEx) และแนวโน้มการลงทุนด้าน AI อย่างใกล้ชิด ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางความเชื่อมั่นของตลาด
ตัวเลขใช้จ่ายสำคัญกว่ากำไร
นักวิเคราะห์จาก Wolfe Research ระบุว่า "รายได้และกำไรในไตรมาสนี้อาจมีความสำคัญน้อยกว่าเม็ดเงินลงทุนด้านทุนที่ใช้ไป และแนวโน้มสำหรับช่วงที่เหลือของปี" ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาดให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาวของธุรกิจ AI มากกว่าผลกำไรในระยะสั้น
- คาดการณ์ผลประกอบการ: นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า Alphabet จะมีกำไรต่อหุ้น (EPS) ในไตรมาส 2 อยู่ที่ประมาณ $2.87 ถึง $2.90 และมีรายได้ราว $116.8 ถึง $116.93 พันล้านดอลลาร์
- การเติบโตของ Cloud: รายได้จาก Google Cloud คาดว่าจะเติบโต 64% ถึง 65% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หลังจากที่เติบโตถึง 63% ในไตรมาสแรก
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่น่าจับตาที่สุดคือการใช้จ่ายด้านทุน โดยในเดือนเมษายน Alphabet ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ CapEx ตลอดทั้งปี 2026 เป็น $180 ถึง $190 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่าจากปี 2023 ที่มีมูลค่า 32.3 พันล้านดอลลาร์ การลงทุนมหาศาลนี้ส่งผลให้กระแสเงินสดอิสระในไตรมาสแรกลดลง 46.3% เหลือเพียง 10.1 พันล้านดอลลาร์
เดิมพันครั้งใหญ่ใน AI ท่ามกลางความท้าทาย
Adปัจจัยบวกที่สำคัญของ Alphabet คือปริมาณงานในมือ (backlog) ของธุรกิจ Cloud ที่มีมูลค่าสูงถึง $462 พันล้านดอลลาร์ ในไตรมาสแรก ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าจากไตรมาสก่อนหน้า นักลงทุนจะรอฟังว่าบริษัทจะสามารถแปลง backlog เหล่านี้เป็นรายได้ได้ตามเป้าหมายหรือไม่ นอกจากนี้ บริษัทยังมีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนจากการใช้ชิปประมวลผล Tensor Processing Units (TPU) ของตนเอง ซึ่งช่วยลดการพึ่งพา GPU จาก Nvidia
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านการดำเนินงานก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดย Reuters รายงานว่า Alphabet ได้เลื่อนการเปิดตัว Gemini 3.5 Pro ออกไป ซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการแข่งขันและการสร้างรายได้จาก AI นอกจากนี้ บริษัทยังสูญเสียบุคลากรสำคัญด้าน AI ไปหลายราย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการพัฒนาในอนาคต
ผลกระทบในวงกว้างต่อภาคเทคโนโลยี
ผลประกอบการและการเปิดเผยตัวเลข CapEx ของ Alphabet จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทเพียงแห่งเดียว แต่จะเป็นมาตรวัดสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทั้งหมด โดยเฉพาะกลุ่ม Magnificent Seven รายงานจาก UBS คาดการณ์ว่ากลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ 4 แห่งจะมีการใช้จ่ายด้านทุนรวมกันเพิ่มขึ้น 76% ในปีนี้ แตะระดับ $673 พันล้านดอลลาร์
หากตัวเลขของ Alphabet ออกมาน่าผิดหวัง หรือบริษัทส่งสัญญาณชะลอการลงทุนด้าน AI ก็อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปยังความต้องการชิปเซมิคอนดักเตอร์และหน่วยความจำ ซึ่งจะสะท้อนไปยังผลประกอบการของบริษัทอื่นๆ เช่น Intel, Microsoft, Amazon และ Meta ที่มีกำหนดรายงานผลประกอบการในสัปดาห์ถัดๆ ไป
Read next
More on หุ้น
เอージェนต์ AI ตัวใหม่ของ Meta ชื่อ 'Muse' สร้างความแตกแยกในตลาด โดยส่งผลดีต่อผู้ผลิตชิปและกระทบต่อภาคการเงิน
การเปิดตัว Muse ผู้ช่วย AI ส่วนตัวของ Meta ที่ประสบความสำเร็จ ได้สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนในตลาดหุ้น ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Meta และพันธมิตรพุ่งสูงขึ้น ในขณะที่กดดันราคาหุ้นของบริษัทในกลุ่มการเงิน การท่องเที่ยว และธุรกิจแบบสมัครสมาชิก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ เปิดกว้างต่อสัญญาระงับการค้ากับจีน หรือแสวงหาข้อตกลงที่ใหญ่กว่านี้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ สก็อตต์ เบสเซนต์ กล่าวว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาที่จะขยายเวลาการหยุดยิงทางการค้ากับจีน ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 10 พฤศจิกายน หรือสำรวจหาข้อตกลงที่ครอบคลุมมากขึ้น คำกล่าวนี้มีขึ้นหลังจากการประชุมกับรองนายกรัฐมนตรีจีน เหอ หลี่เฟิง ซึ่งเป็นการปูทางสำหรับการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

Twilio และ Shopify นำเสนอกลยุทธ์ที่แตกต่างกันสำหรับอีคอมเมิร์ซที่ขับเคลื่อนด้วย AI
Twilio กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารสำหรับเอเจนต์ AI ในขณะที่ Shopify กำลังวางตำแหน่งตัวเองเพื่อคว้าธุรกรรมที่เกิดขึ้น ซึ่งนำเสนอแนวทางที่แตกต่างกันสองแบบสำหรับเทรนด์ 'การค้าผ่านเอเจนต์'

ผลประกอบการของ Costco: การประเมินมูลค่าสูงเกินไปและแนวโน้มขาลงสร้างความท้าทายให้กับรายงานผลประกอบการ
Costco เตรียมรายงานผลประกอบการรายไตรมาส โดยวอลล์สตรีทคาดการณ์ว่ากำไรจะเติบโตเป็นเลขสองหลัก แต่การประเมินมูลค่าที่สูงเกินไปและประวัติการลดลงของราคาหุ้นหลังการประกาศผลประกอบการ ทำให้สถานการณ์ของหุ้นมีความท้าทาย