Story

Morgan Stanley ชี้ Xiaomi จ่อขึ้นแท่นผู้นำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า AI จีน ให้เป้าราคา 45 ดอลลาร์ฮ่องกง

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 12, 20261 min read
Morgan Stanley ชี้ Xiaomi จ่อขึ้นแท่นผู้นำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า AI จีน ให้เป้าราคา 45 ดอลลาร์ฮ่องกง

Summary

Morgan Stanley ย้ำมุมมองเชิงบวกต่อ Xiaomi โดยคาดการณ์ว่าจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากการเติบโตของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะในจีน ด้วยระบบนิเวศที่แข็งแกร่งและการลงทุนด้าน AI ที่ตลาดยังประเมินค่าต่ำไป

Text size
Background

Morgan Stanley ระบุในบทวิเคราะห์ล่าสุดว่า Xiaomi อยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งและพร้อมที่จะเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์รายใหญ่ที่สุดจากตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าพลัง AI ของจีน โดยยังคงคำแนะนำ "เพิ่มน้ำหนักการลงทุน" (Overweight) พร้อมราคาเป้าหมายที่ 45 ดอลลาร์ฮ่องกง

มุมมองเชิงบวกและคาดการณ์ตลาด

Morgan Stanley คาดการณ์ว่าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า AI ของจีนจะเติบโตจากประมาณ 1.23 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปัจจุบัน เป็นประมาณ 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2030 ปัจจัยหนุนมาจากการใช้งานอุปกรณ์เชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้นและราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น

สำหรับ Xiaomi โดยเฉพาะ โบรกเกอร์คาดว่ารายได้จากเครื่องใช้ไฟฟ้า AI ในประเทศอาจสูงเกิน 2 แสนล้านหยวน ภายในปี 2035 และรายได้จากต่างประเทศมีแนวโน้มที่จะสูงกว่าตัวเลขดังกล่าว ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

กุญแจสู่ความสำเร็จ: ระบบนิเวศ "Human + Car + Home"

หัวใจสำคัญของมุมมองเชิงบวกนี้คือระบบนิเวศที่ครบวงจรของ Xiaomi ซึ่งเชื่อมต่อผลิตภัณฑ์หลากหลายตั้งแต่สมาร์ทโฟน อุปกรณ์สวมใส่ โทรทัศน์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้า ผ่านแพลตฟอร์ม HyperOS

Sample IUX Markets – In-articleAd

กลยุทธ์ "Human + Car + Home" ของบริษัทถูกมองว่าจะสร้างการทำงานร่วมกันระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ และเสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขันกับผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ ฐานผู้ใช้งานที่กว้างขวางด้วยจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกว่า 1 พันล้านเครื่อง ยังเป็นข้อได้เปรียบในการนำเสนอผลิตภัณฑ์อื่นเพิ่มเติม (cross-sell) และสร้างความผูกพันกับลูกค้า

การลงทุน AI และแนวโน้มในอนาคต

บทวิเคราะห์ยังชี้ว่าตลาดยังคงประเมินมูลค่าการลงทุนด้าน AI ของ Xiaomi ต่ำเกินไป การพัฒนา Large Language Models (LLMs) และ AI agents ของตนเองอย่างต่อเนื่อง อาจกลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนมูลค่าที่สำคัญยิ่งขึ้นเมื่อผลประกอบการเติบโตเร่งตัวขึ้นในช่วงปี 2027-2028

การลงทุนเหล่านี้จะช่วยสร้างความแตกต่างให้ผลิตภัณฑ์ สนับสนุนการกำหนดราคาพรีเมียม และเพิ่มความสามารถในการทำกำไร ส่วนความกังวลระยะสั้นเกี่ยวกับต้นทุนชิปหน่วยความจำที่สูงขึ้น Morgan Stanley มองว่าเป็นปัญหาที่สามารถจัดการได้ โดยคาดว่าแรงกดดันด้านต้นทุนจะลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2026

Back to latest news

LATEST