Story
ความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้คาดการณ์ผลประกอบการสายการบินสหรัฐฯ ไร้เสถียรภาพ

การพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาน้ำมันเครื่องบินกำลังสร้างความปั่นป่วนให้กับคาดการณ์ผลประกอบการของสายการบินในสหรัฐอเมริกา และกลายเป็นเป้าหมายที่เคลื่อนที่ตลอดเวลาสำหรับนักลงทุน โดยล่าสุด American Airlines ถูกบีบให้ต้องปรับลดแนวโน้มกำไรทั้งปี หลังจากที่คาดการณ์ค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้นหลายพันล้านดอลลาร์ในเวลาเพียงไม่กี่วัน
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาพื้นฐานในธุรกิจสายการบิน นั่นคือความไม่สอดคล้องกันระหว่างความเร็วในการเปลี่ยนแปลงของตลาดน้ำมันกับกลไกการกำหนดราคาตั๋วโดยสาร โดยราคาเชื้อเพลิงสามารถเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงได้ภายในไม่กี่วัน แต่การปรับขึ้นค่าโดยสารเพื่อชดเชยต้นทุนนั้นต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนกว่าจะส่งผลกระทบต่อรายได้โดยรวม
การพลิกกลับของ American Airlines
American Airlines เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของผลกระทบนี้ ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม บริษัทเตรียมที่จะปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสำหรับปี 2026 แต่เพียง 13 วันต่อมา บริษัทกลับต้องปรับลดคาดการณ์ลง หลังจากที่ประมาณการค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงสำหรับช่วงที่เหลือของปีพุ่งสูงขึ้นเกือบ 1.6 พันล้านดอลลาร์
เดวอน เมย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของ American Airlines กล่าวกับรอยเตอร์ว่า หากบริษัทประกาศคาดการณ์ในวันเดียวกับ Delta (10 กรกฎาคม) ก็คงจะเป็นการปรับเพิ่มแนวโน้ม แต่สถานการณ์กลับพลิกผัน ทำให้บริษัทต้องปรับลดคาดการณ์กำไรทั้งปีลงมาอยู่ในช่วงที่อาจขาดทุนหรือมีกำไรเล็กน้อย โดยมีจุดคุ้มทุนอยู่ตรงกลาง
ผลกระทบที่แตกต่างกันทั่วทั้งอุตสาหกรรม
สายการบินต่างๆ ตอบสนองต่อราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นแตกต่างกันไป ซึ่งส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่แต่ละบริษัทออกคาดการณ์ผลประกอบการ ทำให้การเปรียบเทียบระหว่างบริษัททำได้ยากขึ้น
Ad- Delta Air Lines: ซึ่งรายงานผลประกอบการเป็นรายแรก ยังคงคาดการณ์กำไรประจำปีไว้เท่าเดิม โดยอิงจากราคาน้ำมัน ณ วันที่ 2 กรกฎาคม
- United Airlines: ปรับเพิ่มกรอบล่างของคาดการณ์กำไร แต่ผู้บริหารยอมรับว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นในสัปดาห์ล่าสุดได้เปลี่ยนมุมมองของบริษัทไป
- Southwest Airlines: ปรับลดกรอบล่างของแนวโน้มผลประกอบการ
- Alaska Air: ตัดสินใจไม่ให้คาดการณ์ผลประกอบการทั้งปี เนื่องจากความไม่แน่นอนสูง
ข้อมูลจากรอยเตอร์ระบุว่า ราคาสปอตของน้ำมันเครื่องบินพุ่งขึ้นเกือบ 30% ระหว่างวันที่ 2 ถึง 22 กรกฎาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สายการบินเหล่านี้ทยอยประกาศผลประกอบการ ทำให้สมมติฐานด้านเชื้อเพลิงของแต่ละบริษัทล้าสมัยอย่างรวดเร็ว
ความท้าทายในการส่งผ่านต้นทุน
แม้ว่าอุปสงค์การเดินทางที่แข็งแกร่งจะช่วยให้สายการบินสามารถปรับขึ้นราคาตั๋วได้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด ในไตรมาสที่สอง Delta สามารถชดเชยต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นได้ประมาณ 60% ขณะที่ United และ American ทำได้ประมาณ 50%
ผู้บริหารของ American Airlines ระบุว่า ทุกๆ 1 เซนต์ที่ราคาน้ำมันเฉลี่ยเพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายประจำปีของบริษัทเพิ่มขึ้นประมาณ 46 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ผู้บริหารของ Alaska Air กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมัน 25 เซนต์ อาจส่งผลกระทบต่อกำไรต่อหุ้นรายไตรมาสได้ถึง 50 เซนต์ ซึ่งตอกย้ำว่าความผันผวนของราคาพลังงานยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดสำหรับนักลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมการบิน
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้