Story
FTSE 100 ปิดลบ หลังความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซหนุนราคาน้ำมันพุ่ง

Summary
ดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษปรับตัวลดลงในวันจันทร์ สวนทางกับช่วงเปิดตลาด หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทะยานขึ้นและกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษพลิกกลับมาปิดในแดนลบเมื่อวันจันทร์ หลังจากที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง ประกอบกับความเห็นของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้สหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซโดยตรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความต้องการเสี่ยงของนักลงทุน
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางหนุนราคาน้ำมัน
สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากกองทัพสหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ในช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันจันทร์ ตามรายงานของสำนักข่าว Fars และ Tasnim ของอิหร่าน ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่านอ้างว่าได้ทำการโจมตีตอบโต้ในบาห์เรนและโอมาน ความขัดแย้งดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก
ความเห็นของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่าสหรัฐฯ ควรเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซโดยตรง ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อสถานการณ์ โดยปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- สัญญาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้น 3.6% สู่ระดับ 78.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น 3.4% สู่ระดับ 73.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ผลกระทบต่อตลาดการเงิน
Adแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลให้ตลาดหุ้นอังกฤษปรับตัวลดลง โดยดัชนี FTSE 100 ปิดตลาดลดลง 0.10% สวนทางกับตลาดหุ้นยุโรปอื่น ๆ ที่ยังคงเคลื่อนไหวในแดนบวกเล็กน้อย เช่น ดัชนี DAX ของเยอรมนีที่เพิ่มขึ้น 0.10% และดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศสที่ขยับขึ้น 0.11%
ในส่วนของสินทรัพย์อื่น ๆ ค่าเงินปอนด์สเตอร์ลิงอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดย GBP/USD ลดลง 0.10% มาอยู่ที่ 1.3394 ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวลดลง โดยสัญญาทองคำล่วงหน้าลดลง 1.1% สู่ระดับ 4,067.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ความเคลื่อนไหวของหุ้นรายบริษัท
สำหรับความเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัวในอังกฤษ หุ้น PageGroup มีผลประกอบการไตรมาสสองดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่ ME Group และ Plus500 ยังคงคาดการณ์ผลกำไรทั้งปีไว้เท่าเดิม หลังจากรายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีแรก