Story
หุ้น Stellantis ร่วงสู่จุดต่ำสุดรอบ 5 ปี หลัง JPMorgan และ HSBC หั่นคำแนะนำการลงทุน

Summary
ราคาหุ้น Stellantis ปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง หลังนักวิเคราะห์จาก JPMorgan และ HSBC พร้อมใจกันปรับลดอันดับความน่าลงทุนและราคาเป้าหมาย โดยชี้ถึงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสินค้าคงคลังในสหรัฐฯ และการเรียกคืนรถยนต์จำนวนมาก
ราคาหุ้น Stellantis (STLA) ปรับตัวลดลง 1.3% สู่ระดับ 4.633 ยูโร ในการซื้อขายล่าสุด ซึ่งเป็นการปรับตัวลงต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า หลังจากนักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำสองแห่งได้ปรับลดคำแนะนำการลงทุน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ
นักวิเคราะห์หั่นเป้าหมายกดดันราคา
ปัจจัยหลักที่กดดันราคาหุ้นคือการที่ JPMorgan ได้ประกาศเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ปรับลดอันดับความน่าลงทุนของ Stellantis จาก "Overweight" (เพิ่มน้ำหนักการลงทุน) เป็น "Neutral" (เป็นกลาง) พร้อมทั้งปรับลดราคาเป้าหมายลงอย่างมากจาก 10.00 ยูโร เหลือเพียง 6.00 ยูโร
JPMorgan ให้เหตุผลว่า บริษัทอาจต้องใช้เวลาประมาณ 14 เดือน กว่าที่การประหยัดต้นทุนจากการจัดซื้อชิ้นส่วนจะส่งผลดีต่อการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งหมายความว่าการฟื้นตัวทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญอาจล่าช้าออกไปถึงปีงบประมาณ 2027 หรือ 2028
ก่อนหน้านี้ HSBC ก็ได้ปรับลดคำแนะนำการลงทุนของ Stellantis จาก "Hold" (ถือ) เป็น "Reduce" (ลดน้ำหนักการลงทุน) และปรับลดราคาเป้าหมาย 12 เดือนลงจาก 5.50 ยูโร เหลือ 4.00 ยูโร การตัดสินใจของ HSBC มีขึ้นจากความกังวลหลายประการ:
- สินค้าคงคลังในสหรัฐฯ พุ่งสูง: สต็อกรถยนต์ของผู้จัดจำหน่ายในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 93 วัน ในเดือนมิถุนายน 2026 ซึ่งสูงกว่าปีก่อนหน้าประมาณ 120,000 คัน
- การเรียกคืนรถยนต์จำนวนมาก: ในปี 2026 Stellantis มีการเรียกคืนรถยนต์แล้ว 19 ครั้ง ซึ่งครอบคลุมรถยนต์เกือบ 2.5 ล้านคัน
Adผลกระทบต่อตลาดและปัจจัยแวดล้อม
การปรับลดคำแนะนำจากนักวิเคราะห์ทั้งสองแห่งส่งผลให้ราคาหุ้น Stellantis ดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 5 ปี และเป็นหุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุดในตลาดมิลานในการซื้อขายวันก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีอ้างอิงของอิตาลีก็ปรับตัวลดลง 1.3%
นอกจากนี้ สภาวะตลาดโดยรวมยังไม่เอื้ออำนวย โดยดัชนีในสหรัฐฯ เคลื่อนไหวผสมผสาน ขณะที่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงหนุนให้ราคาพลังงานอยู่ในระดับสูง และลดความต้องการเสี่ยงของนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งโดยปกติแล้วจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่ใช้เงินทุนสูงเช่นผู้ผลิตรถยนต์
การรวมกันของปัจจัยลบทั้งความกังวลเชิงโครงสร้างด้านสินค้าคงคลังและคุณภาพ ประกอบกับมุมมองเชิงลบจากนักวิเคราะห์ และสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่อ่อนแอ ได้กดดันให้ราคาหุ้น Stellantis ซื้อขายใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 4.618 ยูโร โดยราคาหุ้นได้ปรับตัวลงมากกว่าครึ่งหนึ่งจากจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 10.494 ยูโร ท่ามกลางการรอคอยของนักลงทุนเพื่อดูสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนของบริษัท