Story
ประธานเฟดส่งสัญญาณสายเหยี่ยวที่แจ็กสันโฮล มุ่งคุมเงินเฟ้อ ฟื้นความเชื่อมั่นนโยบาย

Summary
ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์ในเชิงสายเหยี่ยวที่การประชุมแจ็กสันโฮล โดยย้ำว่าเงินเฟ้อยังคงสูงเกินไป และพร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกหากจำเป็น เพื่อฟื้นฟูความน่าเชื่อถือของธนาคารกลาง
ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เจอโรม วอล์ช ได้ส่งสัญญาณในเชิงสายเหยี่ยวอย่างชัดเจนในการประชุมประจำปีที่แจ็กสันโฮล โดยระบุว่าภารกิจในการต่อสู้กับเงินเฟ้อยังไม่สิ้นสุด และเฟดพร้อมที่จะดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไปหากจำเป็น ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นเพื่อฟื้นฟูความน่าเชื่อถือของธนาคารกลาง หลังจากที่เคยส่งสัญญาณที่คลุมเครือในอดีต
สุนทรพจน์สายเหยี่ยวเพื่อฟื้นฟูความน่าเชื่อถือ
สุนทรพจน์ของวอล์ชครั้งนี้ได้รับการวิเคราะห์โดย China International Capital Corporation (CICC) ว่าเป็นการส่งสัญญาณที่แข็งกร้าวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดอีกครั้ง โดยมีประเด็นสำคัญหลายประการที่ถูกเน้นย้ำ:
- ยอมรับว่าเงินเฟ้อยังคงสูง: วอล์ชระบุว่า แม้ข้อมูลเงินเฟ้อในช่วงฤดูร้อนจะออกมาดีกว่าที่คาด แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปได้ว่าแรงกดดันด้านราคาได้คลี่คลายลงอย่างมีนัยสำคัญ เป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% ยังคงเป็นเป้าหมายที่แน่วแน่
- อัตราดอกเบี้ยคือเครื่องมือหลัก: เขาย้ำว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นยังคงเป็นเครื่องมือหลักในการดำเนินนโยบายเพื่อบรรลุเป้าหมายด้านเสถียรภาพราคาและการจ้างงานสูงสุด
- พร้อมดำเนินการเพิ่มเติม: วอล์ชกล่าวอย่างชัดเจนว่าคณะกรรมการฯ "พร้อมที่จะดำเนินการตามความจำเป็นของสถานการณ์" และยังมีงานที่ต้องทำอีกมาก หากยังไม่มั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อกำลังกลับสู่เป้าหมายอย่างยั่งยืน
CICC ระบุว่าจุดที่สำคัญที่สุดคือการที่วอล์ชยอมรับว่าความรับผิดชอบต่อภาวะเงินเฟ้อที่สูงเกินเป้าหมายตลอด 65 เดือนที่ผ่านมานั้นเป็นของธนาคารกลางเอง ซึ่งเป็นการแสดงความรับผิดชอบและช่วยฟื้นฟูความน่าเชื่อถือที่เคยสั่นคลอนจากการสื่อสารที่คลุมเครือในอดีต
ตลาดตอบรับคาดการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้น
Adตลาดการเงินตอบสนองต่อสุนทรพจน์ดังกล่าวในทิศทางที่สอดคล้องกับการคาดการณ์นโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้น โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวลดลง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ซึ่งอ่อนไหวต่อนโยบายดอกเบี้ยระยะสั้น พุ่งขึ้นถึง 11 bps ในขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปี ค่อนข้างทรงตัว ส่งผลให้เส้นอัตราผลตอบแทน (Yield Curve) แบนราบลง ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงในกรอบจำกัด
หลังสุนทรพจน์ ตลาดซื้อขายล่วงหน้าได้ปรับเพิ่มโอกาสที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนขึ้นเป็นประมาณ 55% จากเดิมที่ระดับ 35% และได้คาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในสิ้นปีนี้เกือบเต็ม 100%
เศรษฐกิจแข็งแกร่ง หนุนการขึ้นดอกเบี้ย
ท่าทีสายเหยี่ยวของวอล์ชมีขึ้นบนพื้นฐานของมุมมองที่ค่อนข้างเป็นบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นอย่างน่าทึ่ง ทั้งในด้านการลงทุนภาคธุรกิจที่เติบโตแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการลงทุนที่เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) การใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ยังคงแข็งแรง และตลาดแรงงานที่ใกล้เคียงกับการจ้างงานเต็มศักยภาพ
CICC มองว่าแม้การขึ้นดอกเบี้ยอาจสร้างแรงกดดันต่อตลาดในระยะสั้น แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นปัจจัยลบโดยสิ้นเชิง สิ่งที่ตลาดกังวลมากกว่าคือการที่เฟดดำเนินนโยบายล่าช้ากว่าสถานการณ์ (behind the curve) หากการขึ้นดอกเบี้ยเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและสามารถควบคุมความเสี่ยงเงินเฟ้อได้ทันท่วงที ในระยะกลางอาจส่งผลดีต่อตลาดมากกว่า เนื่องจากช่วยลดความไม่แน่นอนของนโยบายลง นอกจากนี้ วอล์ชยังได้กล่าวถึง AI ในฐานะเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว และยังคงแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการให้คำมั่นสัญญาเกี่ยวกับทิศทางนโยบายในอนาคต (Forward Guidance) มากเกินไป
Read next
More on หุ้น
ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้น หลังเฟดส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินกดดันตลาด
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ลดลงและความหวังในการเจรจาในตะวันออกกลาง หลังจากที่ตลาดร่วงลงจากท่าทีสายเหยี่ยวของธนาคารกลางสหรัฐฯ

Holtec เลื่อนแผน IPO ในสหรัฐฯ มูลค่า 900 ล้านดอลลาร์ อ้างสภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย
Holtec Nuclear Corp. ระงับแผนการเสนอขายหุ้น IPO ในสหรัฐฯ ซึ่งตั้งเป้าระดมทุนสูงถึง 900 ล้านดอลลาร์ โดยให้เหตุผลว่าสภาวะตลาดในปัจจุบันไม่เอื้ออำนวย ตามรายงานของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก

หุ้น Snap ดีดตัวขึ้นนอกเวลาทำการ ขานรับการเปิดตัวแว่นตา AR และพันธมิตรเทคโนโลยีรายใหญ่
ราคาหุ้น Snap Inc. ปรับตัวสูงขึ้น 2.5% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังบริษัทประกาศเปิดตัวแว่นตา AR รุ่นใหม่ พร้อมจับมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่าง Salesforce, Nvidia และ AWS เพื่อรุกตลาดองค์กร

ราคาทองคำร่วง หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย-ส่งสัญญาณคุมเข้มนโยบาย หนุนดอลลาร์แข็งค่า
ราคาทองคำปรับตัวลดลงหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขึ้นอัตราดอกเบี้ยและส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและเพิ่มแรงกดดันต่อสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนอย่างทองคำ