Story
Maruti Suzuki ส่วนแบ่งตลาดในอินเดียลดลงต่ำสุด หลังตามเทรนด์รถยนต์ SUV และฟีเจอร์ใหม่ไม่ทัน

Maruti Suzuki แขนธุรกิจในอินเดียของ Suzuki Motor Corp. กำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 40 ปี หลังจากที่ส่วนแบ่งการตลาดในอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก ได้ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 39% ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวที่ไม่ทันต่อรสนิยมของผู้บริโภคชาวอินเดียที่ร่ำรวยขึ้นและต้องการรถยนต์ที่มีขนาดใหญ่และมีฟังก์ชันครบครันมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงของตลาดที่สั่นคลอนบัลลังก์
เป็นเวลาหลายทศวรรษที่ Suzuki ยึดครองตลาดอินเดียด้วยกลยุทธ์การผลิตรถยนต์ราคาประหยัดและค่าบำรุงรักษาต่ำ ทำให้ Maruti Suzuki เคยมีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 50-80% แต่ปัจจุบันสถานการณ์ได้เปลี่ยนไป เมื่อผู้บริโภคชาวอินเดียมีกำลังซื้อสูงขึ้น พวกเขาเริ่มมองหารถยนต์ประเภท SUV ที่มีภาพลักษณ์หรูหราและมาพร้อมกับฟีเจอร์ทันสมัย เช่น ซันรูฟ และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง
รายงานจาก Reuters ซึ่งอ้างอิงแหล่งข่าวภายในระบุว่า ผู้บริหารของ Maruti Suzuki ในอินเดียเคยเสนอแนวคิดการเพิ่มซันรูฟให้กับรถยนต์เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน แต่ผู้บริหารชาวญี่ปุ่นในขณะนั้นมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับตลาดอินเดีย เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนและเต็มไปด้วยฝุ่น อีกทั้งยังกังวลเรื่องต้นทุนที่สูงขึ้น กว่าที่ Maruti Suzuki จะเริ่มติดตั้งซันรูฟในรถยนต์รุ่นใหม่ในปี 2022 คู่แข่งอย่าง Tata Motors และ Mahindra & Mahindra ก็ได้ชิงพื้นที่ตลาดไปแล้ว โดยทั้งสองแบรนด์มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ประมาณ 14% และมีซันรูฟเป็นฟีเจอร์มาตรฐานในรถยนต์หลายรุ่น
ความสำคัญของตลาดอินเดียและแผนพลิกเกม
แม้ส่วนแบ่งตลาดจะลดลง แต่ธุรกิจของ Maruti Suzuki ในอินเดียยังคงแข็งแกร่ง โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รายได้เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าเป็น 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ และกำไรเพิ่มขึ้นสามเท่าเป็น 1.5 พันล้านดอลลาร์ ตลาดอินเดียมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ Suzuki โดยคิดเป็นประมาณ 60% ของยอดขายรถยนต์ทั่วโลก และสร้างผลกำไรเกือบครึ่งหนึ่งของบริษัท
Adเพื่อทวงคืนความเป็นผู้นำ Suzuki ได้ปรับกลยุทธ์ใหม่โดย
- ขยายทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) ในอินเดีย
- ให้อำนาจผู้บริหารท้องถิ่นในการตัดสินใจมากขึ้น
- ตั้งเป้าลดระยะเวลาการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่จาก 48 เดือน เหลือ 36 เดือน
- วางแผนเปิดตัวรถยนต์ SUV รุ่นใหม่ 7 รุ่นภายในปี 2030 พร้อมทั้งเพิ่มฟีเจอร์ที่เคยถูกปฏิเสธไปก่อนหน้านี้ เช่น หน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาดใหญ่
อุปสรรคและความท้าทายในอนาคต
ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของ Maruti Suzuki คือภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ผูกติดกับรถยนต์ราคาประหยัด ทำให้การเจาะตลาดรถยนต์ราคาสูงเป็นเรื่องยาก ข้อมูลจาก JATO Dynamics ระบุว่ายอดขายรถยนต์ของ Maruti ที่มีราคามากกว่า 15,500 ดอลลาร์ มีสัดส่วนไม่ถึง 3% ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอยู่ที่กว่า 21% การที่ผู้บริโภครุ่นใหม่มองว่า Maruti เป็น “แบรนด์ของคนรุ่นพ่อแม่” ถือเป็นความเสี่ยงระยะยาวที่บริษัทต้องเร่งแก้ไข เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างยั่งยืน
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้