Story
ผลตอบแทนพันธบัตรยูโรโซนทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์ หลังความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านจุดชนวนกังวลเงินเฟ้อ

Summary
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลยูโรโซนยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบเดือน หลังความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงและกระตุ้นความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในหมู่นักลงทุน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในกลุ่มยูโรโซนยังคงทรงตัวอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบหนึ่งเดือน หลังจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลางได้ยุติการปรับตัวขึ้นของตลาดตราสารหนี้ในช่วงฤดูร้อนอย่างฉับพลัน โดยสถานการณ์ดังกล่าวได้กระตุ้นความกังวลเรื่องเงินเฟ้อระลอกใหม่ในหมู่นักลงทุน
สถานการณ์พลิกผันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ตลาดตราสารหนี้เผชิญแรงเทขายอย่างหนัก หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่าข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวกับอิหร่านได้ "สิ้นสุดลงแล้ว" ตามมาด้วยการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ เพื่อควบคุมเส้นทางเดินเรือสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ เหตุการณ์นี้ได้ทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เคยคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะคงนโยบายการเงินที่เป็นกลาง เนื่องจากมองว่าเงินเฟ้อในยูโรโซนกำลังชะลอตัวลงอย่างยั่งยืน
การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร ซึ่งเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับราคา พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 10 ปี (Bund) ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับต้นทุนการกู้ยืมของยูโรโซน ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับ 3.06% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม
ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีอายุ 2 ปี ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อการคาดการณ์นโยบายการเงิน อยู่ที่ระดับ 2.66% ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับจุดสูงสุดในรอบเกือบหนึ่งเดือนที่ทำไว้ในระหว่างการเทขายทั่วโลกเมื่อวันพุธ
Adราคาน้ำมันกระตุ้นความกังวลเงินเฟ้อ
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพันธบัตรคือการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของราคาน้ำมันดิบโลก ความเสี่ยงที่อาจเกิดการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของโลก ได้ผลักดันให้ราคาน้ำมันทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว
การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันทำให้นักลงทุนในตลาดตราสารหนี้ต้องประเมินความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อด้านต้นทุน (cost-push inflation) ใหม่ เนื่องจากราคาพลังงานเป็นต้นทุนหลักในภาคการผลิตและการขนส่งของยุโรป หากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อไปยังเงินเฟ้อในหมวดอื่นๆ และลดอำนาจซื้อของผลตอบแทนคงที่จากพันธบัตร ซึ่งเป็นเหตุผลที่กระตุ้นให้เกิดการเทขายในตลาด