Story
แบรนด์ชานมจีนแห่บุกตลาดไอศกรีมเจลาโต้ หวังกำไรขั้นต้นสูง 60% สร้างการเติบโตใหม่

แบรนด์เครื่องดื่มชารายใหญ่ในจีนกำลังรุกเข้าสู่ตลาดไอศกรีมอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีผู้เล่นอย่างน้อย 12 รายเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ครั้งสำคัญเพื่อสร้างการเติบโตใหม่ในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูง
การแข่งขันระอุ: ยักษ์ใหญ่พร้อมใจเปิดตัว "เจลาโต้"
การเคลื่อนไหวล่าสุดมาจาก Guming (กู่หมิง) ซึ่งเตรียมเปิดตัวร้านคอนเซ็ปต์ใหม่ "鲜享店" (Fresh Enjoyment Store) แห่งแรกที่เมืองหนานจิงในวันที่ 19 กันยายน โดยจะมีการจัดกิจกรรมป๊อปอัปเพื่อแนะนำ "Gulaoduo" (กู่ลาโต้) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เจลาโต้ทำสดของแบรนด์เป็นครั้งแรก
ก่อนหน้านี้ แบรนด์ชั้นนำหลายรายได้เข้าสู่ตลาดนี้แล้ว:
- Heytea (สี่ชา) ได้ขยาย "Heylado Lab" ซึ่งเป็นโมเดลร้านที่เน้นเจลาโต้ไปยังหลายเมือง โดยชูจุดเด่นด้านรสชาติที่ปรับให้เข้ากับท้องถิ่น
- Chagee (ป้าหวังฉาจี) เปิดตัว "Chalado" (ฉาลาโต้) เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม และขยายไปแล้วกว่า 190 สาขา ณ วันที่ 28 สิงหาคม
- Nayuki (ไน่เสวี่ย) เลือกที่จะผสมผสานเจลาโต้เข้ากับเครื่องดื่มชาโดยตรง เช่น "เจลาโต้ชามะพร้าวน้ำหอม" และ "เจลาโต้อู่หลง"
นอกจากนี้ แบรนด์ในกลุ่มราคาประหยัด เช่น Mixue, Tlanlla และ CoCo ก็ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ไอศกรีมของตนเองในราคาที่เข้าถึงง่าย ทำให้การแข่งขันครอบคลุมทุกกลุ่มราคา ตั้งแต่ไอศกรีมดับร้อนไม่กี่หยวนไปจนถึงของหวานระดับพรีเมียมราคา 20 หยวนขึ้นไป
เบื้องหลังกลยุทธ์: ทำไมต้องเป็นไอศกรีม?
Adแรงจูงใจสำคัญที่ผลักดันให้แบรนด์ชานมเข้าสู่ตลาดไอศกรีมคือศักยภาพในการทำกำไรที่สูงและโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มให้กับสาขาเดิม ข้อมูลจากแบรนด์ไอศกรีมเจลาโต้สัญชาติจีนอย่าง Yeren Xiansheng ระบุว่าธุรกิจนี้มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงถึง 60% ซึ่งสูงกว่าอัตรากำไรของธุรกิจเครื่องดื่มเย็นโดยทั่วไปที่บริษัทอย่าง Yili และ Sanyuan รายงานไว้ที่ 37.89% และ 30.04% ตามลำดับในรายงานประจำปีล่าสุด
Chagee เปิดเผยในระหว่างการประชุมผลประกอบการว่า สาขาที่เริ่มจำหน่าย "Chalado" มียอดขายรวม (GMV) ผ่านช่องทางออฟไลน์เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยมากกว่า 20% การขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ยังช่วยให้แบรนด์สามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ เช่น ห่วงโซ่ความเย็นและฐานลูกค้าสมาชิก เพื่อลดต้นทุนในการเข้าสู่ตลาดใหม่
ความท้าทายและภาพรวมตลาด
แม้ว่าแบรนด์ชานมจะมีข้อได้เปรียบด้านฐานลูกค้าและช่องทางจำหน่าย แต่ก็ต้องเผชิญกับการแข่งขันโดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญในตลาดไอศกรีม เช่น Yeren Xiansheng และ DQ ซึ่งมีเครือข่ายสาขามากกว่า 1,600 และ 1,800 แห่งในจีนตามลำดับ ผู้ก่อตั้ง Yeren Xiansheng ให้ความเห็นว่า การบริหารจัดการไอศกรีมมีความซับซ้อนและท้าทายกว่าที่คิด โดยเฉพาะการรักษาความสดใหม่และคุณภาพของรสชาติ
นอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์เองแล้ว ตลาดนี้ยังมีการเคลื่อนไหวในระดับการลงทุน เช่น การที่กลุ่มนักลงทุนซึ่งรวมถึงแบรนด์ชา LimonJi ได้เข้าซื้อกิจการร้าน Häagen-Dazs ในจีนแผ่นดินใหญ่จาก General Mills สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์เครื่องดื่มกำลังมองหาการเติบโตในธุรกิจของหวานอย่างจริงจัง ความสำเร็จในระยะยาวจึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างประสบการณ์ที่สม่ำเสมอและการบริหารจัดการการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพียงแค่การเพิ่มเมนูใหม่ในร้านเท่านั้น
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้