Story
หุ้น Barry Callebaut ร่วงหนัก แม้ปริมาณขายฟื้นตัว นักลงทุนกังวลแนวโน้มกำไร

หุ้นของ Barry Callebaut (BARN) ผู้ผลิตช็อกโกแลตและโกโก้รายใหญ่ของสวิตเซอร์แลนด์ ร่วงลงอย่างหนัก 4.1% สู่ระดับ 1,135 ฟรังก์สวิส ในการซื้อขายวันนี้ หลังจากบริษัทเปิดเผยรายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 ซึ่งแม้จะแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของปริมาณการขาย แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะคลายความกังวลของตลาดเกี่ยวกับแนวโน้มผลกำไร
ปริมาณขายฟื้น แต่กำไรยังน่าห่วง
Barry Callebaut รายงานปริมาณการขายรวมในไตรมาสที่ 3 เติบโตขึ้น 5.7% ซึ่งเป็นการเติบโตรายไตรมาสครั้งแรกในรอบกว่าสองปี โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการโกโก้ที่เพิ่มขึ้นและระดับการให้บริการที่ดีขึ้นในอเมริกาเหนือ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังไม่สามารถชดเชยยอดขายที่อ่อนแอในช่วงก่อนหน้าได้ ทำให้ปริมาณการขายในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณยังคงลดลง 2.8% มาอยู่ที่ 1,557,239 ตัน
ในขณะเดียวกัน ภาพรวมด้านผลกำไรยังคงเป็นปัจจัยกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยรายได้จากการขายในช่วง 9 เดือนแรกลดลงเหลือ 9.56 พันล้านฟรังก์สวิส จาก 10.95 พันล้านฟรังก์สวิสในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการกำหนดราคาที่เชื่อมโยงกับราคาโกโก้ ซึ่งปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงตามราคาโกโก้ในตลาดล่วงหน้าที่ลดลงถึง 47% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
แม้บริษัทจะปรับปรุงการคาดการณ์ปริมาณการขายทั้งปีดีขึ้นเล็กน้อย โดยคาดว่าจะลดลงประมาณ 1% (จากเดิมคาดว่าจะลดลง 1-3%) แต่กลับคงการคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) ที่เกิดขึ้นเป็นประจำไว้เท่าเดิม คือคาดว่าจะลดลงในระดับ "mid-teens" (ประมาณ 14-16%) ในสกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งเป็นระดับที่นักลงทุนคาดหวังว่าจะมีการปรับขึ้นหลังจากเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของยอดขาย
Adมุมมองนักวิเคราะห์กดดันซ้ำ
ปัจจัยลบเพิ่มเติมมาจากมุมมองของนักวิเคราะห์ โดย Deutsche Bank ยังคงคำแนะนำ "ขาย" สำหรับหุ้น Barry Callebaut พร้อมทั้งปรับลดราคาเป้าหมายลงสู่ 960 ฟรังก์สวิส จากเดิม 1,000 ฟรังก์สวิส ตอกย้ำมุมมองเชิงลบต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทในระยะสั้น
การร่วงลงของราคาหุ้นในวันนี้เกิดขึ้นสวนทางกับตลาดหุ้นสวิสโดยรวม ซึ่งดัชชี SMI เคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ สะท้อนให้เห็นว่าแรงเทขายในหุ้น Barry Callebaut เป็นผลมาจากปัจจัยเฉพาะของบริษัทมากกว่าแรงกดดันในระดับมหภาค การที่แนวโน้มกำไรยังคงอ่อนแอ ประกอบกับการถูกปรับลดราคาเป้าหมายจากนักวิเคราะห์ ได้บดบังปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของปริมาณการขาย และส่งผลให้ราคาหุ้นดิ่งลงสู่จุดต่ำสุดของวัน