Story
Barclays ปรับลดมุมมองหุ้นกลุ่มยายุโรปปี 2027 ชี้ไปป์ไลน์ยาอ่อนแอ-เติบโตชะลอตัว พร้อมเปิดโผหุ้นเด่น

Barclays ได้ปรับเปลี่ยนมุมมองต่อกลุ่มบริษัทยา เทคโนโลยีชีวภาพ และวิทยาศาสตร์ชีวภาพในยุโรป โดยมีความระมัดระวังมากขึ้นสำหรับแนวโน้มในปี 2027 แม้จะยังคงน้ำหนักการลงทุนโดยรวมของกลุ่มไว้ที่ระดับ 'Neutral' หรือเป็นกลางก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงความกังวลต่อศักยภาพของยาในระยะสุดท้ายที่ลดลงและการเติบโตที่ชะลอตัวลง
เหตุผลเบื้องหลังมุมมองที่ระมัดระวังขึ้น
นักวิเคราะห์ของ Barclays นำโดย James Gordon ระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้มีมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้นมาจากปัจจัยหลายประการ:
- ศักยภาพไปป์ไลน์ยาลดลง: คาดการณ์ว่ามูลค่าสูงสุดของไปป์ไลน์ยาที่จะมีผลการทดลองสำคัญในปี 2027 จะอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากประมาณ 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2026
- การเติบโตของรายได้ชะลอตัว: คาดการณ์การเติบโตของรายได้ในสกุลเงินท้องถิ่นสำหรับปีหน้าจะอยู่ที่ 7% เทียบกับ 8% ในปี 2026
- ความเสี่ยงจากการหมดอายุของสิทธิบัตร: กลุ่มอุตสาหกรรมกำลังเข้าใกล้ช่วงที่สิทธิบัตรยาสำคัญจะหมดอายุลง ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่ารวมประมาณ 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2031 และอีก 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2032
Barclays ยังชี้ว่าอัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ล่วงหน้าของหุ้นยาขนาดใหญ่ในกลุ่มยังคงอยู่ที่ 15 เท่า ซึ่งไม่ได้สะท้อนมูลค่าที่สูงกว่าตลาด (Market Premium) แต่อย่างใด
Barclays ชี้เป้าหุ้นเด่นและหุ้นที่ควรเลี่ยง
จากแนวโน้มไปป์ไลน์ยาที่เงียบเหงาและการเติบโตที่ช้าลงของหุ้นขนาดใหญ่ Barclays จึงให้น้ำหนักกับหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech) หุ้นขนาดกลาง (Mid-cap) และหุ้นกลุ่มยาเฉพาะทาง (Specialty) มากกว่า นอกจากนี้ยังคาดว่ากลุ่มวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Life Sciences) จะมีผลการดำเนินงานที่ดีกว่า โดยคาดว่าจะเติบโตเร็วกว่าเดิมประมาณ 2% ในปี 2027
หุ้นที่แนะนำ 'Overweight' (เพิ่มน้ำหนักการลงทุน)
Ad- หุ้นขนาดใหญ่: AstraZeneca จากศักยภาพของไปป์ไลน์ยาในปี 2027 และโอกาสในการปรับอันดับความน่าลงทุน (re-rating) และ Roche จากการเติบโตในระยะยาวและการเปิดตัวยารักษามะเร็งเต้านม
- เทคโนโลยีชีวภาพ: Genmab จากความน่าสนใจของไปป์ไลน์ยารักษามะเร็ง และ Argenx ซึ่งมีการเติบโตที่เร็วที่สุดในกลุ่ม
- ขนาดกลางและยาเฉพาะทาง: Bayer, Galderma และ Grifols
- วิทยาศาสตร์ชีวภาพ: Lonza, Sartorius และ Sartorius Stedim Biotech
หุ้นที่แนะนำ 'Underweight' (ลดน้ำหนักการลงทุน)
- หุ้นขนาดใหญ่: GSK เนื่องจากมองว่าการปรับ re-rating จาก CEO คนใหม่เสร็จสิ้นแล้ว ไปป์ไลน์ยาในปี 2027 ค่อนข้างเงียบ และบริษัทกำลังเข้าใกล้การหมดสิทธิบัตรยา HIV
- ขนาดกลางและยาเฉพาะทาง: Ipsen จากความเสี่ยงการแข่งขันจากยาสามัญและแรงกดดันด้านอัตรากำไร
การปรับเปลี่ยนอันดับความน่าลงทุนล่าสุด
นอกเหนือจากรายงานภาพรวมแล้ว Barclays ยังได้ประกาศปรับเปลี่ยนอันดับความน่าลงทุนของหุ้นหลายตัวพร้อมกัน ซึ่งส่งผลต่อราคาหุ้นในตลาดทันที:
- Hikma Pharmaceuticals: ได้รับการปรับเพิ่มอันดับเป็น 'Equal Weight' (เท่ากับตลาด) จากเดิม 'Underweight'
- Ipsen: ถูกปรับลดอันดับเป็น 'Underweight' จากเดิม 'Equal Weight' ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลงกว่า 4% ในการซื้อขายที่ยุโรป
- Zealand Pharma: ถูกปรับลดอันดับเป็น 'Equal Weight' จากเดิม 'Overweight'
Read next
More on หุ้น
FTC สั่งให้ Walmart, Uber และ Delta เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดราคาตามบุคคล
คณะกรรมการการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา (FTC) เรียกร้องให้บริษัทขนาดใหญ่ 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทชั้นนำในธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน (gig economy) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ข้อมูลผู้บริโภคในการกำหนดราคาสินค้าและค่าจ้างรายบุคคล

Google เปิดตัวโมเดล AI Gemini 4 Carbon เพื่อเสริมศักยภาพด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์
Google บริษัทในเครือ Alphabet ได้เปิดตัว Gemini 4 Carbon ซึ่งเป็นโมเดล AI รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ขั้นสูง เช่น การตรวจจับช่องโหว่และการสร้างโค้ดที่ปลอดภัย การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการเพิ่มการแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ในตลาด AI สำหรับองค์กร

หุ้น Oracle พุ่งขึ้นหลังจากเปิดเผยเป้าหมายรายได้ 225 พันล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2030
หุ้นของ Oracle พุ่งขึ้นอย่างมากหลังจากที่บริษัทได้นำเสนอแนวโน้มทางการเงินระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายรายได้ต่อปีอย่างน้อย 225 พันล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2030 ซึ่งขับเคลื่อนโดยธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กำลังขยายตัว

แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบข้อตกลงซื้อกิจการ Hugging Face มูลค่า 12.9 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ท่ามกลางการสอบสวนด้านการผูกขาดทางการค้าในวงกว้าง
มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบแผนการเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม AI Hugging Face มูลค่า 12.93 พันล้านดอลลาร์ของ Nvidia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนการผูกขาดทางการค้าที่กำลังดำเนินอยู่เกี่ยวกับการดำเนินงานในตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้