Story
เงินเยนอ่อนค่าสวนทาง BOJ ขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่ากดดันสกุลเงินเอเชีย

Summary
เงินเยนร่วงลงแม้ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี เนื่องจากตลาดมองว่าท่าทีของ BOJ ยังไม่แข็งกร้าวพอ ขณะที่เงินดอลลาร์ยังคงแข็งค่าจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นของเฟด
สกุลเงินเอเชียเคลื่อนไหวผสมผสานในวันศุกร์ โดยเงินเยนของญี่ปุ่นอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งประวัติศาสตร์ก็ตาม ในขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์สหรัฐยังคงแข็งค่าอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ จากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะยังคงดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป
เยนร่วง แม้ BOJ ขึ้นดอกเบี้ยครั้งประวัติศาสตร์
เงินเยนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ โดยคู่สกุลเงิน USD/JPY ปรับตัวขึ้น 0.7% สู่ระดับใกล้ 157 เยน หลังจากที่ BOJ มีมติ 7-2 เสียงให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 เบสิสพอยต์ สู่ระดับ 1.25% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี
แม้การปรับขึ้นดอกเบี้ยจะเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้อย่างกว้างขวาง แต่การที่มีกรรมการถึง 2 ท่านออกเสียงคัดค้านโดยต้องการให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม ได้ส่งสัญญาณถึงท่าทีที่ค่อนข้างผ่อนคลาย (Dovish) ของคณะกรรมการ ซึ่งทำให้นักลงทุนลดความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในอนาคตอันใกล้ นักวิเคราะห์จาก Capital Economics ระบุในบทวิเคราะห์ว่า "คณะกรรมการน่าจะมีแนวโน้มผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น" หลังจากที่กรรมการสายเหยี่ยว 2 คนจะหมดวาระในเดือนกรกฎาคมปีหน้า
นอกจากนี้ ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือนสิงหาคมของญี่ปุ่น ซึ่งไม่รวมราคาอาหารสด ขยายตัว 1.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 1.8% ตัวเลขดังกล่าวแม้จะยังอยู่ใกล้เป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของ BOJ แต่ก็ไม่ได้สร้างแรงกดดันให้ต้องเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่อง รับแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นของเฟด
Adค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนหน้า โดยดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (U.S. Dollar Index) ซื้อขายทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ที่ 100.23
ข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME Group ชี้ว่า ตลาดให้น้ำหนักความน่าจะเป็นถึง 53% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมครั้งถัดไป ทั้งนี้ ในการประชุมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เฟดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 เบสิสพอยต์ สู่กรอบ 3.75%-4.00% พร้อมส่งสัญญาณว่าอาจมีการปรับขึ้นอีก 1 ครั้งภายในปีนี้
สกุลเงินเอเชียอื่นเคลื่อนไหวผสมผสาน
ทิศทางของสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียเคลื่อนไหวแตกต่างกันไป ท่ามกลางแรงกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่อยู่ในระดับสูง
- ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD/USD) แข็งค่าขึ้น 0.3%
- หยวนจีน (USD/CNY) แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย 0.2%
- วอนเกาหลีใต้ (USD/KRW) อ่อนค่าลง 0.4%
- ดอลลาร์สิงคโปร์ (USD/SGD) และ รูปีอินเดีย (USD/INR) ซื้อขายในกรอบแคบๆ ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก
Read next
More on ฟอเร็กซ์
ดอลลาร์แคนาดาอ่อนค่าลงเนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นกระตุ้นให้เกิดการคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย
เงินดอลลาร์แคนาดาอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐสูงขึ้น ซึ่งบดบังผลประโยชน์ดั้งเดิมจากต้นทุนพลังงานที่สูงสำหรับเงินดอลลาร์แคนาดา

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรยุโรปปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ไปจนถึงปี 2027
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นของเยอรมนีพุ่งสูงขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ เนื่องจากตลาดเงินคาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรปจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหนุนจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ ขณะที่ตลาดเตรียมรับมือกับการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์เมื่อวันอังคาร โดยได้รับแรงหนุนจากผลตอบแทนพันธบัตรกระทรวงการคลังที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ค่าเงินปอนด์อังกฤษอ่อนค่าลงเนื่องจากข้อมูลการจ้างงานที่อ่อนแอของสหราชอาณาจักรเกิดขึ้นพร้อมกับการแข็งค่าของดอลลาร์
ค่าเงินปอนด์อังกฤษอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นในวันอังคาร หลังจากรายงานการจ้างงานของสหราชอาณาจักรที่น่าผิดหวังทำให้เกิดความคาดหวังว่าธนาคารกลางอังกฤษจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในขณะที่ตลาดสกุลเงินกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการตัดสินใจเชิงนโยบายที่สำคัญจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)