Story
รมว.คลังสหรัฐฯ ชี้กำแพงภาษี 50% ต่อแคนาดาคือ "มาตรการตอบโต้ที่สมน้ำสมเนื้อ"

Summary
สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่าการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดามูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ เป็นการตอบโต้ทางการค้าต่อการที่แคนาดากีดกันสินค้าเกษตรและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของสหรัฐฯ
นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า การตัดสินใจเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 50% สำหรับสินค้านำเข้าหลายรายการจากแคนาดา ถือเป็น "มาตรการตอบโต้ที่สมน้ำสมเนื้อ" (reciprocity) ต่อการกระทำทางการค้าของรัฐบาลออตตาวาที่ส่งผลกระทบต่อสินค้ากลุ่มนม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มของสหรัฐฯ
รายละเอียดจากคำให้สัมภาษณ์
ในการให้สัมภาษณ์กับรายการ "Mornings with Maria" ของสถานีข่าวฟ็อกซ์ บิสซิเนส เน็ตเวิร์ก (Fox Business Network) นายเบสเซนต์กล่าวหาว่าแคนาดามีพฤติกรรม "เลือกปฏิบัติอย่างสูง" ต่อผลิตภัณฑ์นมของสหรัฐฯ และยังกล่าวถึงกรณีที่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มของสหรัฐฯ ถูกนำออกจากชั้นวางจำหน่ายในแคนาดา
"นี่เป็นเพียงการตอบโต้ในสิ่งเดียวกับที่พวกเขากระทำต่อบริษัทที่ยอดเยี่ยมของสหรัฐฯ" นายเบสเซนต์กล่าวตามที่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน คำชี้แจงนี้มีขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการภาษีดังกล่าวเมื่อวันจันทร์
ที่มาของความขัดแย้งทางการค้า
การประกาศขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ครั้งนี้ครอบคลุมสินค้านำเข้าจากแคนาดามูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยมีขึ้นเพื่อตอบโต้มาตรการของแคนาดาที่ได้เรียกเก็บภาษีต่อสินค้ารถยนต์ เหล็ก อะลูมิเนียม และสุราของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ รวมถึงการตั้งกำแพงภาษีที่สูงสำหรับสินค้านม
Adความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ถือเป็นการยกระดับความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นคู่ค้าที่สำคัญและมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดกันมาอย่างยาวนาน
ผลกระทบต่อนักลงทุน
การตอบโต้ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดา สร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาดการเงินและห่วงโซ่อุปทานในอเมริกาเหนือ นักลงทุนควรจับตาสถานการณ์ในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ได้แก่
- อุตสาหกรรมยานยนต์
- เหล็กและอะลูมิเนียม
- สินค้าเกษตร โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์นม
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสุรา
ต้นทุนที่สูงขึ้นจากกำแพงภาษีอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลกำไรของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้ และอาจนำไปสู่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อหากมีการผลักภาระไปยังผู้บริโภค สถานการณ์ดังกล่าวตอกย้ำถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องพิจารณา
Read next
More on สินค้าโภคภัณฑ์
ราคาทองแดงทรงตัวอยู่ที่ระดับแนวต้านสำคัญตามระดับฟิโบนาชี่ ใกล้ 6.70 ดอลลาร์
ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองแดงกำลังเผชิญกับการทดสอบทางเทคนิคครั้งสำคัญที่ระดับ Fibonacci retracement 61.8% บริเวณ 6.70 ดอลลาร์ โดยสัญญาณซื้อมากเกินไปและปริมาณการซื้อขายที่ลดลงสร้างความไม่แน่นอนหลังจากที่ราคาฟื้นตัวขึ้นในรูปแบบตัว V เมื่อเร็วๆ นี้

ราคาสินเงินทรงตัวที่ระดับแนวต้าน 68 ดอลลาร์ ท่ามกลางสัญญาณเตือนกับดักขาขึ้น
ราคาสินเงินกำลังทดสอบระดับแนวต้านสำคัญที่ 68.00 ดอลลาร์ แต่ตัวชี้วัดทางเทคนิคแสดงให้เห็นถึงโมเมนตัมที่อ่อนตัวลงและปริมาณการซื้อขายที่ลดลง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด "กับดักกระทิง" สำหรับนักลงทุน

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทดสอบแนวรับสำคัญที่ 103 ดอลลาร์ ท่ามกลางสัญญาณทางเทคนิคที่ขัดแย้งกัน
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์กำลังซื้อขายอยู่ที่จุดเปลี่ยนทางเทคนิคที่สำคัญบริเวณ 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับแนวรับสำคัญที่กำลังถูกทดสอบ หากราคาหลุดแนวรับนี้ไป อาจทำให้ราคาร่วงลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่หากสามารถป้องกันแนวรับนี้ได้สำเร็จ อาจกระตุ้นให้ราคาดีดตัวขึ้นจากภาวะขายมากเกินไป

ราคาทองคำทรงตัวในกรอบแคบ เนื่องจากตัวชี้วัดทางเทคนิคบ่งชี้ถึงความไม่แน่นอน
ราคาทองคำกำลังซื้อขายอยู่ในกรอบแคบๆ ซึ่งกำหนดโดยระดับแนวรับและแนวต้านทางเทคนิคที่สำคัญ เนื่องจากสัญญาณกราฟที่ขัดแย้งกันและปริมาณการซื้อขายที่ลดลงบ่งชี้ถึงช่วงเวลาของการรวมตัวกันก่อนที่จะเกิดการทะลุขึ้นหรือลดลงในอนาคต