Story

การสัญจรเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซชะลอตัว หลังสหรัฐฯ และอิหร่านปะทะกันทางทหาร

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 10, 20261 min read
การสัญจรเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซชะลอตัว หลังสหรัฐฯ และอิหร่านปะทะกันทางทหาร

Summary

ปริมาณการสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลก ได้ชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด หลังการปะทะกันทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้เกิดความกังวลต่อเสถียรภาพของอุปทานน้ำมันโลก

Text size
Background

ปริมาณการสัญจรของเรือบรรทุกน้ำมันรายวันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งพลังงานของโลก ได้ชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิหร่านมีการตอบโต้ทางทหารกันในสัปดาห์นี้ เหตุการณ์ดังกล่าวได้จุดประกายความกังวลเกี่ยวกับความเปราะบางของข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวและเสถียรภาพของอุปทานน้ำมันทั่วโลก

การปะทะรอบใหม่ที่สั่นคลอนข้อตกลงหยุดยิง

ความตึงเครียดปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อรัฐบาลวอชิงตันกล่าวหาว่ากองกำลังอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำในพื้นที่ ซึ่งนำไปสู่การที่สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีตอบโต้ที่ตั้งทางทหารบริเวณชายฝั่งทางตอนใต้และจังหวัดทางตะวันออกของอิหร่าน ตามรายงานของรอยเตอร์ส

แม้ว่าอิหร่านจะไม่ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันดังกล่าว นักวิเคราะห์มองว่าการกระทำในลักษณะนี้มักถูกใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบในการเจรจาต่อรอง หลังจากนั้นไม่นาน อิหร่านได้โจมตีที่ตั้งทางทหารของสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียเป็นการตอบโต้ พร้อมเตือนว่าการแทรกแซงใดๆ ของสหรัฐฯ จะเผชิญกับ "การตอบสนองที่รุนแรง"

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่าข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวได้ "สิ้นสุดลงแล้ว" อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้ชี้แจงในภายหลังว่าวอชิงตันยังคงมุ่งมั่นที่จะหาทางออกร่วมกับอิหร่าน และ "การเจรจาทางเทคนิคยังคงดำเนินต่อไป"

ผลกระทบต่อตลาดน้ำมันและการขนส่ง

Sample IUX Markets – In-articleAd

การเผชิญหน้าครั้งล่าสุดส่งผลโดยตรงต่อการขนส่งใน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก่อนเกิดความขัดแย้งเคยเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1 ใน 5 ของอุปทานน้ำมันโลก ข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ว่าปริมาณเรือที่สัญจรผ่านลดลงจากค่าเฉลี่ยที่ 40 ลำต่อวันในช่วงก่อนเกิดเหตุปะทะ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยก่อนสงครามที่ 125-140 ลำต่อวันอยู่มาก

ความไม่แน่นอนนี้ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงาน โดยราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันศุกร์ แต่ยังคงอยู่ในทิศทางที่จะปิดสัปดาห์ด้วยการปรับตัวสูงขึ้นราว 4-5% ขณะที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตือนว่าอุปทานน้ำมันดีเซลและเบนซินทั่วโลกยังคงอยู่ในภาวะตึงตัว และโรงกลั่นต่างๆ ตอบสนองต่อการกลับมาเปิดช่องแคบได้ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้

บริบทความขัดแย้งและแนวโน้มในอนาคต

สถานการณ์ที่เปราะบางนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุปทานพลังงานทั่วโลก ก่อนหน้านี้ ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงชั่วคราวที่สหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน แลกกับการที่อิหร่านรับประกันความปลอดภัยของเรือพาณิชย์

ขณะที่ความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น มีรายงานจาก The New York Times ว่ากาตาร์กำลังพยายามเจรจากับทั้งวอชิงตันและเตหะรานเพื่อลดความรุนแรงของวิกฤตการณ์ครั้งนี้ นักลงทุนและตลาดพลังงานทั่วโลกยังคงต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากความขัดแย้งที่บานปลายอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง

Back to latest news

LATEST