Story
Stifel ชี้หุ้นกลุ่ม Midstream สหรัฐฯ น่าจับตา รับอานิสงส์ความต้องการไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้น

Summary
Stifel เผยภาคธุรกิจพลังงาน Midstream ของสหรัฐฯ มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง จากการจัดสรรเงินทุนอย่างมีวินัยและความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยยกให้ Targa Resources และ Williams Companies เป็นหุ้นเด่น
บริษัท Stifel ระบุว่าภาคธุรกิจพลังงานขั้นกลาง (Midstream) ของสหรัฐอเมริกาอยู่ในจุดที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการจัดสรรเงินทุนอย่างมีวินัยของบริษัทในกลุ่มและความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ปัจจัยหนุนการเติบโตของกลุ่ม Midstream
Stifel ชี้ว่าบริษัทในกลุ่ม Midstream ได้ปรับลดอัตราการนำเงินสดไปลงทุนต่อ (Reinvestment rates) เหลือประมาณ 40-50% ของกระแสเงินสด และนำส่วนที่เหลือไปคืนให้กับผู้ถือหุ้น ซึ่งคาดว่าจะสร้างอัตราผลตอบแทนจากการคืนทุน (Return of capital yield) โดยเฉลี่ยที่ 7% ในปี 2027 ขณะที่ระดับหนี้สินคาดว่าจะอยู่ที่ 0.4 เท่าในปีเดียวกัน
ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญคือความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยมีแรงหนุนหลักจากการขยายตัวของศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ซึ่งมีการประกาศแผนสร้างแล้วกว่า 370 กิกะวัตต์ในสหรัฐฯ โดยประมาณ 189 กิกะวัตต์ในจำนวนนี้จะใช้โรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง เมื่อรวมกับความต้องการก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) แล้ว คาดว่าจะหนุนให้ความต้องการก๊าซธรรมชาติมีอัตราการเติบโตทบต้นต่อปี (CAGR) ที่น่าสนใจถึง 3% ไปจนถึงปี 2030
นอกจากนี้ ภาคธุรกิจยังได้รับประโยชน์จากกฎระเบียบการขอใบอนุญาตที่ดีขึ้น และกระบวนการพิจารณาการควบรวมกิจการ (M&A) ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งสร้างโอกาสที่เหมาะสมสำหรับการควบรวมกิจการไปจนถึงสิ้นปี 2028
หุ้นเด่นที่ Stifel แนะนำ
Stifel ได้คัดเลือกหุ้นเด่น 2 ตัวในกลุ่ม Midstream ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง
AdTarga Resources (TRGP)
Targa ถือเป็นหนึ่งในบริษัทโครงสร้างพื้นฐานกลางน้ำที่สำคัญในแหล่งหินดินดานเพอร์เมียน (Permian Basin) และมีการเติบโตของกำไรในระดับแนวหน้าของกลุ่ม บริษัทมีธุรกิจที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ (wellhead-to-water) สำหรับห่วงโซ่อุปทานก๊าซธรรมชาติเหลว (NGL)
- Targa รักษาอัตราส่วนหนี้สินอยู่ในช่วงเป้าหมายที่ 3.0x-4.0x
- คาดว่ากระแสเงินสดอิสระจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในระยะใกล้ ซึ่งจะสนับสนุนการคืนผลตอบแทนสู่ผู้ถือหุ้นที่สูงขึ้น
- เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทรายงาน EBITDA ที่ปรับปรุงแล้วในไตรมาสที่สองซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และได้ลงนามในสัญญาบริการ Midstream ระยะยาว 20 ปีกับ ExxonMobil
Williams Companies (WMB)
ในฐานะหนึ่งในบริษัทโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติชั้นนำของประเทศ Williams มีศักยภาพในการเติบโตของกำไรที่เร่งตัวขึ้นจากแนวโน้มความต้องการก๊าซธรรมชาติในระยะยาว โดยเฉพาะจากภาคการผลิตไฟฟ้า
- รายได้ของบริษัทมีความมั่นคงสูงจากธุรกิจท่อส่งก๊าซหลัก ซึ่งมีสัญญาระยะยาวแบบ take-or-pay ที่สร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมเป็นหลัก
- บริษัทได้ผ่านกระบวนการลดหนี้สินครั้งสำคัญมาแล้ว และคาดว่ากระแสเงินสดในระยะกลางจะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถจ่ายเงินปันผลที่ดีและรักษางบดุลในระดับน่าลงทุน (Investment-grade) ต่อไปได้
- ล่าสุด Williams Companies ประกาศรายได้ไตรมาสสองที่สูงกว่าคาด และได้ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรตลอดทั้งปี
Read next
More on หุ้น
หุ้นไต้หวันปิดบวก 1.01% ได้แรงหนุนจากกลุ่มพลังงานและเคมีภัณฑ์
ดัชนี Taiwan Weighted ปิดตลาดวันพฤหัสบดีปรับตัวสูงขึ้น 1.01% โดยได้รับแรงหนุนหลักจากหุ้นในกลุ่มน้ำมัน ก๊าซ และไฟฟ้า รวมถึงกลุ่มพลาสติกและเคมีภัณฑ์

อินเดียเตือน: ร่างกฎหมายคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียของสหรัฐฯ อาจกระทบความสัมพันธ์ทวิภาคี
อินเดียแสดงความกังวลว่าร่างกฎหมายของสหรัฐฯ ที่จะคว่ำบาตรผู้ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย อาจส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศและสร้างความปั่นป่วนให้กับตลาดพลังงานโลก

Beretta เตรียมยื่นเสนอซื้อหุ้น Sturm Ruger เพิ่มเป็น 25% ตามรายงานข่าว
Beretta ผู้ผลิตอาวุธปืนสัญชาติอิตาลี มีแผนจะยื่นข้อเสนอเพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน Sturm, Ruger & Co. ผู้ผลิตปืนสัญชาติอเมริกันเป็น 25% จากเดิม 10% ตามรายงานของสื่ออิตาลี ซึ่งจะทำให้บริษัทมีสิทธิ์แต่งตั้งกรรมการบริหารได้

Volvo Cars ตั้งเป้าเปิดตัวรถ 13 รุ่นใหม่ภายในปี 2030 หวังดันกำไรโตกว่า 8%
วอลโว่ คาร์ส ประกาศแผนกลยุทธ์ครั้งสำคัญในการเปิดตัวรถยนต์ใหม่ 13 รุ่นภายในปี 2030 โดยแบ่งตลาดเป้าหมายระหว่างจีนและชาติตะวันตก เพื่อขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์และตั้งเป้าเพิ่มอัตรากำไรจากการดำเนินงานให้สูงกว่า 8%