Story

มูลค่าหุ้นเกาหลีใต้ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ สวนทางกำไรพุ่งแรงจาก AI

ENTHMSVIIDZHZH-TWJAKOHI
Jul 12, 20261 min read
ใช้ AI ช่วย ตรวจโดยบรรณาธิการอ้างอิงจาก Investing.comตรวจสอบโดย TrustFinance
มูลค่าหุ้นเกาหลีใต้ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ สวนทางกำไรพุ่งแรงจาก AI
Text size
Background

ตลาดหุ้นเกาหลีใต้กำลังซื้อขายที่ระดับมูลค่าที่ถูกที่สุดเป็นประวัติการณ์ แม้ว่าดัชนีจะปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงถึง 80% ในปีนี้ก็ตาม ข้อมูลจาก Bloomberg ชี้ว่าการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มชิปหน่วยความจำที่ได้รับอานิสงส์จากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้เติบโตเร็วกว่าราคาหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ

กำไรโตเร็วกว่าราคาหุ้น

ปัจจุบัน ดัชนี Kospi ซื้อขายที่อัตราส่วนราคาต่อกำไรคาดการณ์ล่วงหน้า (Forward P/E) เพียง 6.4 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าช่วงวิกฤตการเงินโลกปี 2008 เสียอีก ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเนื่องจากนักวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรของบริษัทในดัชนีติดต่อกันเป็นเดือนที่ 17 แล้ว

การปรับตัวขึ้นของตลาดไม่ได้มาจากการขยายตัวของมูลค่า (Valuation) แต่สะท้อนการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งเกินคาด โดยมีผลกำไรที่แข็งแกร่งของ Samsung Electronics และ SK Hynix เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำไรต่อหุ้น (EPS) ล่วงหน้าของดัชนี Kospi จะเติบโตถึง 170% ในปีนี้ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ Bloomberg เริ่มเก็บข้อมูลในปี 2006

ส่วนลดที่น่าดึงดูดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

แม้ตลาดหุ้นเกาหลีใต้จะให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาดหุ้นทั่วโลกหลายแห่ง แต่ยังคงซื้อขายในราคาที่ถูกกว่าตลาดคู่แข่งอย่างมาก โดย Forward P/E ของดัชนี Kospi คิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของดัชนี Taiex ของไต้หวันเท่านั้น ซึ่งทำให้นักลงทุนบางส่วนมองว่าเป็นจุดเข้าลงทุนที่น่าสนใจ

Sample IUX Markets – In-articleAd

ความเสี่ยงและความท้าทายที่ต้องจับตา

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่นักลงทุนทุกคนที่เชื่อว่าช่องว่างด้านมูลค่านี้จะลดลงในเร็ววัน โดยมีความกังวลในหลายประเด็นที่ต้องพิจารณา:

  • ความยั่งยืนของอุปสงค์: นักลงทุนบางส่วนยังคงไม่แน่ใจว่าความต้องการชิปหน่วยความจำที่ขับเคลื่อนด้วย AI จะสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนเกินกว่าวัฏจักรขาขึ้นและขาลงของอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมได้หรือไม่
  • แรงกดดันด้านราคา: ราคาชิปหน่วยความจำที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการจากกลุ่มบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่ต้องการควบคุมค่าใช้จ่าย
  • ความเสี่ยงด้านอุปทาน: การขยายกำลังการผลิตของ Samsung และ SK Hynix อาจกดดันอัตรากำไรหากอุปทานมีมากกว่าอุปสงค์
  • การแข่งขัน: การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากผู้ผลิตชิปในประเทศจีนยังคงเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยง

นอกจากนี้ นักลงทุนบางส่วนชี้ว่าเมื่อพิจารณาอัตราส่วนอื่น ๆ เช่น Price-to-Book (P/B) และ PEG Ratio อาจพบว่าหุ้นชิปชั้นนำของเกาหลีใต้ไม่ได้มีราคาถูกเท่าที่ P/E บ่งชี้ อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์บางรายเชื่อว่าปัจจัยกระตุ้นที่อาจเกิดขึ้น เช่น การนำหุ้น SK Hynix เข้าจดทะเบียนในตลาดสหรัฐฯ อาจช่วยลดช่องว่างด้านมูลค่าและสนับสนุนให้ตลาดปรับตัวขึ้นต่อไปได้ หากการเติบโตของกำไรยังคงแข็งแกร่ง

Back to latest news

LATEST